<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Women’s Organisation</title>
	<atom:link href="http://thaiwomensorganisation.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaiwomensorganisation.com</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Sep 2010 01:01:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>คนไทยสอบการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรได้หรือตกกี่คน</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 00:58:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=757</guid>
		<description><![CDATA[คนไทยสอบการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรได้หรือตกกี่คน สถิติการสอบความรู้เรื่องการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร (Knowledge of Life in the UK) ท่านทราบไหมว่าเมื่อปีที่แล้ว (2009) 1 ใน 3 คนที่สอบความรู้เรื่องการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรสอบตก มีคนสอบทั้งหมด 906,464 คน สอบตก 263,641 หมายความว่าอัตราการสอบผ่านคำนวนเป็น 70.9 ส่วนร้อย ประเทศที่พลเมืองสอบได้คำนวนเป็นอัตราต่ำกว่า 50 ส่วนร้อยของพลเมืองประเทศนั้นที่สอบทั้งหมด และเป็นประเทศที่มีคนย้ายเข้ามาพำนักในสหราชอาณาจักรมากมี เช่น ประเทศ อิรัค บังคลาเทศ และตุรกี ส่วนประเทศที่พลเมืองสอบได้ดี ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป และมีพลเมืองย้ายเข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักรมากมีเช่น ประเทศไนจีเรียสอบได้ 82.5 ส่วนร้อย และประเทศซิมบับวี 90.2 ส่วนร้อย ส่วนประเทศที่พลเมืองพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วสอบได้ดีที่สุด เช่น ออสเตรเลียสอบ 13,223 คน 98 ส่วนร้อยสอบได้ สหรัฐอเมริกาสอบได้ 97.9 ส่วนร้อย และแคนาดา 96.9 ส่วนร้อย บางประเทศได้ หรือตกเป็นสัดส่วน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><strong>คนไทยสอบการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรได้หรือตกกี่คน</strong></div>
<div id="_mcePaste"></div>
<div>สถิติการสอบความรู้เรื่องการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร (Knowledge of Life in the UK)</div>
<div id="_mcePaste"></div>
<div>ท่านทราบไหมว่าเมื่อปีที่แล้ว (2009) 1 ใน 3 คนที่สอบความรู้เรื่องการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรสอบตก มีคนสอบทั้งหมด 906,464 คน สอบตก 263,641 หมายความว่าอัตราการสอบผ่านคำนวนเป็น 70.9 ส่วนร้อย ประเทศที่พลเมืองสอบได้คำนวนเป็นอัตราต่ำกว่า 50 ส่วนร้อยของพลเมืองประเทศนั้นที่สอบทั้งหมด และเป็นประเทศที่มีคนย้ายเข้ามาพำนักในสหราชอาณาจักรมากมี เช่น ประเทศ อิรัค บังคลาเทศ และตุรกี ส่วนประเทศที่พลเมืองสอบได้ดี ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป และมีพลเมืองย้ายเข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักรมากมีเช่น ประเทศไนจีเรียสอบได้ 82.5 ส่วนร้อย และประเทศซิมบับวี 90.2 ส่วนร้อย ส่วนประเทศที่พลเมืองพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วสอบได้ดีที่สุด เช่น ออสเตรเลียสอบ 13,223 คน 98 ส่วนร้อยสอบได้ สหรัฐอเมริกาสอบได้ 97.9 ส่วนร้อย และแคนาดา 96.9 ส่วนร้อย บางประเทศได้ หรือตกเป็นสัดส่วน 100 ส่วนร้อย แต่มีจำนวนผู้สอบน้อยจนทำให้การคำนวนสัดส่วนไม่มีความหมาย เช่นประเทศเกาะกุ๊ก (Cook Islands) มีผู้สอบคนเดียวและสอบผ่าน ประเทศเกาะคริสตมาส (Christmas Islands) สอบคนเดียวและตก ประเทศกียาน่าฝรั่งเศส (French Guyana) สอบ 6 คนตก 5 คน เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste">ในส่วนประเทศไทย มีคนไทยสอบ 13,285 คน สอบได้ 6,875 คน สอบตก 6,410 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้ที่สอบได้ 51.8 ส่วนร้อย</div>
<div id="_mcePaste">ข้อมูลได้มาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 จาก http://news.bbc.co.uk/1/hi/uk_politics/8707152.stm</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแล้ว</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 00:40:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=738</guid>
		<description><![CDATA[อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแล้ว อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (National Minimum Wage: NMW) และค่าทิป หรือค่าบริการ นายจ้างบางรายคำนวณทิปหรือค่าบริการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง เพื่อให้จำนวนเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (NMW) ตามที่กฎหมายกำหนด นั่นหมายความว่าค่าบริการหรือทิปที่แขกจ่าย เป็นรายได้ของร้านแทนที่จะเป็นรางวัลแก่พนักงาน ดังนั้นเพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบของลูกจ้าง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2009 รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายห้ามไม่ให้นายจ้าง โดยเฉพาะร้านอาหาร จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานโดยวิธีรวมค่าทิปหรือค่าบริการอยู่ในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว นอกจากนั้นกรมสรรพากร (HMRC) ผู้มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงก็ได้ออกกฎห้ามเช่นกัน โดยระบุว่านายจ้างไม่มีสิทธิคิดค่าทิปหรือค่าบริการรวมในการคำนวนค่าจ้างอัตราขั้นต่ำให้แก่ลูกจ้าง และ HMRC จะเข้มงวดกวดขันเรื่องการจ่ายค่าจ้างอัตราขั้นต่ำดังกล่าวนี้กับนายจ้าง โดยจะทำการตรวจสอบนายจ้างผู้ที่ถูกลูกจ้างฟ้องร้อง และจะทำการสุ่มตรวจนายจ้างที่ไม่ได้โดนฟ้องด้วย และหากพบว่า นายจ้างผู้ใดไม่จ่ายค่าจ้างอย่างน้อยในอัตราขั้นต่ำแล้ว นายจ้างผู้นั้นจะต้องโทษปรับหรือถูกดำเนินคดีอาญา นายจ้างทุกคนจึงจำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอย่างน้อยในอัตราขั้นต่ำ ซึ่งได้มีการปรับขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2009 ดังนี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><strong>อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแล้ว</strong></div>
<div id="_mcePaste">อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (National Minimum Wage: NMW) และค่าทิป หรือค่าบริการ</div>
<div id="_mcePaste">นายจ้างบางรายคำนวณทิปหรือค่าบริการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง เพื่อให้จำนวนเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (NMW) ตามที่กฎหมายกำหนด นั่นหมายความว่าค่าบริการหรือทิปที่แขกจ่าย เป็นรายได้ของร้านแทนที่จะเป็นรางวัลแก่พนักงาน ดังนั้นเพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบของลูกจ้าง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2009 รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายห้ามไม่ให้นายจ้าง โดยเฉพาะร้านอาหาร จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานโดยวิธีรวมค่าทิปหรือค่าบริการอยู่ในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว นอกจากนั้นกรมสรรพากร (HMRC) ผู้มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงก็ได้ออกกฎห้ามเช่นกัน โดยระบุว่านายจ้างไม่มีสิทธิคิดค่าทิปหรือค่าบริการรวมในการคำนวนค่าจ้างอัตราขั้นต่ำให้แก่ลูกจ้าง และ HMRC จะเข้มงวดกวดขันเรื่องการจ่ายค่าจ้างอัตราขั้นต่ำดังกล่าวนี้กับนายจ้าง โดยจะทำการตรวจสอบนายจ้างผู้ที่ถูกลูกจ้างฟ้องร้อง และจะทำการสุ่มตรวจนายจ้างที่ไม่ได้โดนฟ้องด้วย และหากพบว่า นายจ้างผู้ใดไม่จ่ายค่าจ้างอย่างน้อยในอัตราขั้นต่ำแล้ว นายจ้างผู้นั้นจะต้องโทษปรับหรือถูกดำเนินคดีอาญา</div>
<div id="_mcePaste">นายจ้างทุกคนจึงจำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอย่างน้อยในอัตราขั้นต่ำ ซึ่งได้มีการปรับขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2009 ดังนี้</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การถ่ายภาพเด็ก</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 00:36:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Children]]></category>
		<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=735</guid>
		<description><![CDATA[การถ่ายภาพเด็ก บางท่านได้สอบถามถึงเรื่องการห้ามไม่ให้ถ่ายรูปเด็ก เนื่องจากเข้าใจว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ผู้เขียนจึงประสงค์จะแจ้งถึงข้อกฎหมายและข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหลายท่านอาจยังไม่ทราบ และเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับกลุ่มคนไทยที่จัดงานหรือกิจกรรมสังสรร เช่น งานที่วัด หรืองานใด ๆ ที่มีเด็ก ๆ มาร่วมงานด้วย หรือวัดที่มีเด็กมาเรียนภาษาไทย  เป็นต้น ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยสรุปคือ ไม่มีกฎหมายพิเศษห้ามไม่ให้ถ่ายภาพเด็ก นอกจากภาพนั้นจะออกมาในลักษณะลามกหรืออนาจาร เช่นหากมีรูปเด็กเล็กๆ กำลังเล่นน้ำ และไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นความเห็นของแต่ละคนที่ต่างจิตต่างใจกัน จึงยากที่จะระบุลงไปแน่นอนว่าภาพเช่นไร ถือว่าลามกอนาจาร เพราะถึงแม้เด็กจะใส่ชุดว่ายน้ำ บางคนอาจจะคิดมาก ใจเป็นอกุศล และเห็นเป็นภาพอนาจารก็ได้ สิ่งสำคัญก็คือพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเข้าใจว่า ตนมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นถ่ายรูปเด็ก ในปกครองของตน (ในที่นี้ คำว่าเด็กรวมถึงผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีทุกคน) และยังมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นเอารูปเด็กในปกครองของตนไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์หรือเว็บไซต์อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันเด็กจากผู้ที่ประสงค์ร้าย เช่นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกที่ชอบทารุณกรรมเด็ก ทำการลักพาตัวเด็กไป เพราะเห็นรูปจากเว็บไซต์ เป็นต้น สำหรับองค์กรที่ต้องการถ่ายภาพเด็ก หรือตีพิมพ์ภาพเด็กในเอกสาร เผยแพร่ทางเว็บไซต์ หรือสื่อต่างๆ ควรให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมให้มีการถ่ายรูป และ/หรือนำรูปไปเผยแพร่ได้ อย่างไรก็ตาม ควรคำนึกถึงคำแนะนำต่อไปนี้ด้วย • ควรงดเว้นการใช้ชื่อเต็มของเด็กในภาพ • ควรงดเว้นการใช้ชื่อใด ๆ ทั้งสิ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><strong>การถ่ายภาพเด็ก</strong></div>
<div id="_mcePaste">บางท่านได้สอบถามถึงเรื่องการห้ามไม่ให้ถ่ายรูปเด็ก เนื่องจากเข้าใจว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ผู้เขียนจึงประสงค์จะแจ้งถึงข้อกฎหมายและข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหลายท่านอาจยังไม่ทราบ และเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับกลุ่มคนไทยที่จัดงานหรือกิจกรรมสังสรร เช่น งานที่วัด หรืองานใด ๆ ที่มีเด็ก ๆ มาร่วมงานด้วย หรือวัดที่มีเด็กมาเรียนภาษาไทย  เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste">ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยสรุปคือ ไม่มีกฎหมายพิเศษห้ามไม่ให้ถ่ายภาพเด็ก นอกจากภาพนั้นจะออกมาในลักษณะลามกหรืออนาจาร เช่นหากมีรูปเด็กเล็กๆ กำลังเล่นน้ำ และไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นความเห็นของแต่ละคนที่ต่างจิตต่างใจกัน จึงยากที่จะระบุลงไปแน่นอนว่าภาพเช่นไร ถือว่าลามกอนาจาร เพราะถึงแม้เด็กจะใส่ชุดว่ายน้ำ บางคนอาจจะคิดมาก ใจเป็นอกุศล และเห็นเป็นภาพอนาจารก็ได้</div>
<div id="_mcePaste">สิ่งสำคัญก็คือพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเข้าใจว่า ตนมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นถ่ายรูปเด็ก ในปกครองของตน (ในที่นี้ คำว่าเด็กรวมถึงผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีทุกคน) และยังมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นเอารูปเด็กในปกครองของตนไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์หรือเว็บไซต์อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันเด็กจากผู้ที่ประสงค์ร้าย เช่นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกที่ชอบทารุณกรรมเด็ก ทำการลักพาตัวเด็กไป เพราะเห็นรูปจากเว็บไซต์ เป็นต้น สำหรับองค์กรที่ต้องการถ่ายภาพเด็ก หรือตีพิมพ์ภาพเด็กในเอกสาร เผยแพร่ทางเว็บไซต์ หรือสื่อต่างๆ ควรให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมให้มีการถ่ายรูป และ/หรือนำรูปไปเผยแพร่ได้ อย่างไรก็ตาม ควรคำนึกถึงคำแนะนำต่อไปนี้ด้วย</div>
<div id="_mcePaste">•	ควรงดเว้นการใช้ชื่อเต็มของเด็กในภาพ</div>
<div id="_mcePaste">•	ควรงดเว้นการใช้ชื่อใด ๆ ทั้งสิ้น หากภาพนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าถูกถ่ายมาจากที่ใด</div>
<div id="_mcePaste">•	ควรพิจารณาเรื่องเสื้อผ้า และการแต่งตัวของเด็กว่ามีความเหมาะสม ก่อนจะทำการถ่ายภาพ</div>
<div id="_mcePaste">•	ควรให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมก่อนทุกครั้ง</div>
<div id="_mcePaste">•	หากเด็กโตพอ ก็ต้องขออนุญาตเด็กก่อนการนำภาพนั้นไปใช้</div>
<div id="_mcePaste">ข้อมูลนี้ ได้มาจาก http://www.tes.co.uk/article.aspx?storyCode=6015788  เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2009</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางพร้อมเงินสดจำนวนมาก</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Sep 2010 00:28:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=732</guid>
		<description><![CDATA[การเดินทางพร้อมเงินสดจำนวนมาก เพื่อการป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติ ท่านที่เดินทางมาจากประเทศที่อยู่นอกกลุ่มสหภาพยุโรป  หรือเดินทางออกไปยังประเทศที่อยู่นอกกลุ่มสหภาพยุโรป เช่นประเทศไทย เป็นต้น จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอังกฤษทราบ (HM Revenue and Customs) หากท่านมีเงินสดติดตัว (รวมถึงเช็ค เช็คธนาคาร bankers’ drafts และเช็คเดินทาง travelers’ cheque) ทุก ๆ สกุลรวมกัน เป็นมูลค่าเกินกว่าจำนวนเทียบเท่า 10,000 ยูโร (หรือ 9,150 ปอนด์ หรือ 489,344.43 บาท) กฎนี้ไม่ได้ห้ามนำเงินเข้าหรือออกนอกประเทศ เพียงแต่ระบุว่าท่านต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากท่านมีเงินติดตัวมากกว่าจำนวนดังกล่าว ข้อมูลนี้สรุปมากจากประกาศในเว็บไซต์ของกรมศุลกากรอังกฤษ หรือ HM Revenue and Customs เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2009 ท่านสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hmrc.gov.uk/customs/arriving/declaring-cash.htm]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเดินทางพร้อมเงินสดจำนวนมาก</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>เพื่อการป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติ ท่านที่<strong>เดินทางมาจากประเทศ</strong>ที่อยู่นอกกลุ่มสหภาพยุโรป  หรือ<strong>เดินทางออกไปยังประเทศ</strong>ที่อยู่นอกกลุ่มสหภาพยุโรป เช่นประเทศไทย เป็นต้น จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอังกฤษทราบ (HM Revenue and Customs) หากท่านมีเงินสดติดตัว (รวมถึงเช็ค เช็คธนาคาร bankers’ drafts และเช็คเดินทาง travelers’ cheque) ทุก ๆ สกุลรวมกัน เป็นมูลค่าเกินกว่าจำนวนเทียบเท่า 10,000 ยูโร (หรือ 9,150 ปอนด์ หรือ 489,344.43 บาท) กฎนี้ไม่ได้ห้ามนำเงินเข้าหรือออกนอกประเทศ เพียงแต่ระบุว่าท่านต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ หากท่านมีเงินติดตัวมากกว่าจำนวนดังกล่าว</p>
<p>ข้อมูลนี้สรุปมากจากประกาศในเว็บไซต์ของกรมศุลกากรอังกฤษ หรือ HM Revenue and Customs เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2009 ท่านสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.hmrc.gov.uk/customs/arriving/declaring-cash.htm">http://www.hmrc.gov.uk/customs/arriving/declaring-cash.htm</a></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2010/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คู่สมรสต้องสอบภาษาอังกฤษก่อนได้วีซ่า</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2010/06/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2010/06/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2010 13:47:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=715</guid>
		<description><![CDATA[คู่สมรสต้องสอบภาษาอังกฤษก่อนได้วีซ่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2010 รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่า ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองยุโรป (เช่น ไทย เป็นต้น) ที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรในฐานะคู่สมรส จำเป็นต้องผ่านการสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษก่อนที่จะได้รับวีซ่า เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน หรือตุลาคม 2010 ผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรสเหล่านี้จะต้องแสดงว่ามีความรู้ภาษาอังกฤษเพียงพอสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันในสหราชอาณาจักร โดยกฎข้อบังคับใหม่เหล่านี้ จะมีผลบังคับกับผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรส คู่หมั้น หรือคู่ชีวิต (ต่างเพศหรือเพศเดียวกัน) ของชาวอังกฤษ หรือของผู้มีถิ่นฐานพำนักถาวรในสหราชอาณาจักร และจะมีผลทั้งการขอวีซ่าในประเทศไทยและการขอต่อวีซ่าในประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าความรู้ภาษาอังกฤษนี้ จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางด้านวัฒธรรม ช่วยส่งเสริมให้คู่สมรสปรับตัวเข้ากับสังคมและครอบครัวชาวอังกฤษ พร้อมทั้งเป็นการป้องกันการใช้สาธารณบริการอย่างไม่ถูกต้องอีกด้วย รัฐมนตรีมหาดไทย นาง Theresa Mayได้ให้สัมภาษณ์ว่า ข้าพเจ้าคิดว่าการพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นสิ่งที่จำเป็นก่อนที่ผู้ใดจะย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลกำลังทบทวนกฎข้อบังคับอื่น ๆ ในระบบการเข้าเมืองทั้งหมดเพื่อทำให้กฎข้อบังคับสำหรับการขอวีซ่าเข็มงวดขึ้น ความรู้ด้านภาษาอังกฤษเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎข้อบังคับใหม่เท่านั้น นอกจากนั้นจะมีการจำกัดจำนวนวีซ่าทำงานที่จะออกให้ และจะมีระบบควบคุมนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น… ผู้ที่ต้องการเข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักรในฐานะคู่สมรส จำเป็นจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ในระดับไม่ต่ำกว่า A 1 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับผู้ที่ขอวีซ่าเข้ามาทำงานในประเภท tier 2 (เช่น อาชีพพ่อครัว เป็นต้น) โดยผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรส จำเป็นจะต้องผ่านการสอบภาษาอังกฤษกับสถานที่ที่รัฐบาลอังกฤษ (โฮมออฟฟิส) รับรองแล้วเท่านั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คู่สมรสต้องสอบภาษาอังกฤษก่อนได้วีซ่า</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2010 รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่า ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองยุโรป (เช่น ไทย เป็นต้น) ที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรในฐานะคู่สมรส  จำเป็นต้องผ่านการสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษก่อนที่จะได้รับวีซ่า<br />
เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน หรือตุลาคม 2010 ผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรสเหล่านี้จะต้องแสดงว่ามีความรู้ภาษาอังกฤษเพียงพอสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันในสหราชอาณาจักร โดยกฎข้อบังคับใหม่เหล่านี้ จะมีผลบังคับกับผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรส คู่หมั้น หรือคู่ชีวิต (ต่างเพศหรือเพศเดียวกัน) ของชาวอังกฤษ หรือของผู้มีถิ่นฐานพำนักถาวรในสหราชอาณาจักร และจะมีผลทั้งการขอวีซ่าในประเทศไทยและการขอต่อวีซ่าในประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าความรู้ภาษาอังกฤษนี้ จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางด้านวัฒธรรม ช่วยส่งเสริมให้คู่สมรสปรับตัวเข้ากับสังคมและครอบครัวชาวอังกฤษ พร้อมทั้งเป็นการป้องกันการใช้สาธารณบริการอย่างไม่ถูกต้องอีกด้วย<br />
รัฐมนตรีมหาดไทย นาง Theresa Mayได้ให้สัมภาษณ์ว่า<br />
ข้าพเจ้าคิดว่าการพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นสิ่งที่จำเป็นก่อนที่ผู้ใดจะย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลกำลังทบทวนกฎข้อบังคับอื่น ๆ ในระบบการเข้าเมืองทั้งหมดเพื่อทำให้กฎข้อบังคับสำหรับการขอวีซ่าเข็มงวดขึ้น ความรู้ด้านภาษาอังกฤษเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎข้อบังคับใหม่เท่านั้น นอกจากนั้นจะมีการจำกัดจำนวนวีซ่าทำงานที่จะออกให้ และจะมีระบบควบคุมนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น…<br />
ผู้ที่ต้องการเข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักรในฐานะคู่สมรส จำเป็นจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ในระดับไม่ต่ำกว่า A 1 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับผู้ที่ขอวีซ่าเข้ามาทำงานในประเภท tier 2 (เช่น อาชีพพ่อครัว เป็นต้น) โดยผู้ที่จะขอวีซ่าในฐานะคู่สมรส จำเป็นจะต้องผ่านการสอบภาษาอังกฤษกับสถานที่ที่รัฐบาลอังกฤษ (โฮมออฟฟิส) รับรองแล้วเท่านั้น ไม่ว่าคู่สมรสนั้นจะสมรส (หรือไม่ได้สมรส) ในประเทศไทยหรือในสหราชอาณาจักร และกฎข้อบังคับเกี่ยวกับภาษานี้ เป็นเพียงกฎที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากกฎข้อบังคับอื่น ๆ สำหรับการขอวีซ่าคู่สมรส เช่น คู่สมรสต้องมีสภาพการสมรสที่แท้จริง (ไม่ใช่สมรสเพื่อการขอวีซ่าเท่านั้น) และมีเงินค่าเลี้ยงชีพอย่างพอเพียง เป็นต้น<br />
คู่สมรสไทยที่ต้องการย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรจำเป็นจะต้องขอวีซ่าที่จะอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักรได้เป็นระยะเวลาสองปี และหลังจากนั้นจึงจะมีสิทธิขอวีซ่าถาวรต่อไป เมื่อถึงเวลาของการขอวีซ่าถาวร ผู้ขอจำเป็นต้องสอบความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร (Life in the UK) อีกครั้ง นอกเหนือจากการสอบภาษาอังกฤษสำหรับการขอวีซ่าคู่สมรสครั้งแรกนี้แล้วด้วย</p>
<p>http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/sitecontent/newsarticles/2010/268071/15migrants-english-requirement</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2010/06/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขอวีซ่านักท่องเที่ยวในประเทศไทย</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2009/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2009/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Dec 2009 02:23:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=657</guid>
		<description><![CDATA[บทที่ 3 กฎหมายเข้าเมืองและการเข้าถือสัญชาติ ส่วนที่ 3 B การขอวีซ่านักท่องเที่ยวในประเทศไทย 3B.1 วีซ่าท่องเที่ยว (Visitors visas) 3B.2 ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยว 3B.3 กำหนดระยะเวลาของวีซ่าท่องเที่ยว 3B.4 วีซ่าท่องเที่ยวแบบเดินทางเข้าประเทศได้ครั้งเดียว 3B.5 อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน 3B.6 การต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยว 3B.7 ใช้เดินทางได้กี่ครั้ง 3B.8 ข้อบังคับอื่น ๆ 3B.8.1 ค่าเลี้ยงชีพ 3B.8.2 การรับรอง 3B.8.3 การปฏิเสธวีซ่า 3B.9 กฎข้อบังคับและประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสำหรับวีซ่าประเภทต่าง ๆ 3B.9.1 วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป (General visitors) 3B.9.2 วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติ (Visiting family) 3B.9.2.1 ใครคือญาติ 3B.9.2.2 สิทธิอุทธรณ์ 3B.9.3 วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับเด็ก (Child visitors) 3B.9.3.1 การเดินทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทที่ 3 กฎหมายเข้าเมืองและการเข้าถือสัญชาติ<br />
ส่วนที่ 3 B การขอวีซ่านักท่องเที่ยวในประเทศไทย</p>
<p>3B.1	วีซ่าท่องเที่ยว (Visitors visas)<br />
3B.2	ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยว<br />
3B.3	กำหนดระยะเวลาของวีซ่าท่องเที่ยว<br />
3B.4	วีซ่าท่องเที่ยวแบบเดินทางเข้าประเทศได้ครั้งเดียว<br />
3B.5	อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน<br />
3B.6	การต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยว<br />
3B.7	ใช้เดินทางได้กี่ครั้ง<br />
3B.8	ข้อบังคับอื่น ๆ<br />
3B.8.1	ค่าเลี้ยงชีพ<br />
3B.8.2	การรับรอง<br />
3B.8.3	การปฏิเสธวีซ่า<br />
3B.9	กฎข้อบังคับและประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสำหรับวีซ่าประเภทต่าง ๆ<br />
3B.9.1	วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป (General visitors)<br />
3B.9.2	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติ (Visiting family)<br />
3B.9.2.1	ใครคือญาติ<br />
3B.9.2.2	สิทธิอุทธรณ์<br />
3B.9.3	วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับเด็ก (Child visitors)<br />
3B.9.3.1	การเดินทาง การต้อนรับ และการดูแลอย่างเหมาะสม<br />
3B.9.3.2	การยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง<br />
3B.9.3.3	เด็กจะเรียนหนังสือระหว่างอยู่ในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่<br />
3B.9.3.4	วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับเด็ก จะใช้ได้เมื่อไร<br />
3B.9.4	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทบิดามารดาผู้มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนในสหราชอาณาจักร (Parents with children under 12 at school in UK)<br />
3B.9.4.1	กฎข้อบังคับ<br />
3B.9.5 	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อแต่งงาน (แต่ไม่อยู่ต่อในประเทศ) (Marriage/Civil partnership visits not settlement)<br />
3B.9.5.1	กฎข้อบังคับ<br />
3B.9.6	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อรับการรักษาพยาบาลด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว (Private Medical Treatment)<br />
3B.9.6.1	กฎข้อบังคับ<br />
3B.9.6.2	อาจต่อวีซ่าได้<br />
3B.9.7	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักศึกษาหลักสูตรสั้น ๆ ไม่นานกว่า 6 เดือน (Student visitor)<br />
3B.9.8	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทผู้มาเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา (Prospective student)<br />
3B.9.9	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors)<br />
3B.9.9.1	บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้ควรได้รับวีซ่าประเภทนี้<br />
3B.9.9.2	ผู้มาทำงาน ที่ไม่ควรขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจแต่ควรจะขอวีซ่าประเภทอื่น<br />
•	ระบบให้คะแนน ระดับที่ 1<br />
•	ระบบให้คะแนน ระดับที่ 2<br />
•	ระบบให้คะแนน ระดับที่ 5<br />
3B.9.10	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) อาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย (Academic Visitors)<br />
3B.9.10.1	บุคคลผู้ที่ไม่เข้าข่ายวีซ่าประเภทอาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย<br />
3B.9.10.2	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) อาจารย์ผู้ควบคุมนักศึกษา (Visiting Professors)<br />
3B.9.10.3	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) ผู้ทำงานเกี่ยวกับศาสนา (Religious Workers)<br />
3B.9.11	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬา (Sports visitors)<br />
3B.9.11.1	เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามสนับสนุนนักกีฬา<br />
3B.9.11.2	นักกีฬาที่ต้องการมาฝึกหัด (Training)<br />
3B.9.12	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักแสดง (Entertainer Visitors)<br />
3B.9.13	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทบิดาหรือมารดาผู้มีสิทธิเยี่ยมบุตรที่พำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร (Parents with access rights to children in the UK)<br />
3B.9.14	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทญาติสนิทผู้มาช่วยดูแลเด็ก (Child minders for relatives)<br />
3B.9.15	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทเพื่อสัมภาษณ์เข้าทำงาน (Persons coming for job interviews)<br />
3B.9.16	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทพยานปากสำคัญในศาล (Witnesses attending trials in the UK)<br />
3B.10	ตารางแสดงระยะเวลาที่สถานทูตอังกฤษในประเทศไทยใช้เวลาพิจารณาการขอวีซ่าเมื่อเดือน พฤษภาคม 2009</p>
<p>บทที่ 3 กฎหมายเข้าเมืองและการเข้าถือสัญชาติ<br />
ส่วนที่ 3 B การขอวีซ่านักท่องเที่ยวในประเทศไทย</p>
<p>3B.1	วีซ่าท่องเที่ยว (Visitors visas)</p>
<p>วีซ่าท่องเที่ยว  หรือที่กฎหมายเข้าเมืองเรียกว่า Visitor visa ถูกแก้ไขปรับปรุงใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวีซ่าทำงานภายใต้ระบบให้คะแนน กฎใหม่เริ่มบังคับใช้เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2009 ซึ่งเพิ่มประเภทย่อยวีซ่านี้อีกมากมาย ผู้เขียนนับได้ทั้งหมด 28 ประเภท! จึงขอนำมาอธิบายเฉพาะบางประเภทที่เกี่ยวข้องหรือเป็นที่สนใจของคนไทยเท่านั้น และได้ทำลิงค์ต้นฉบับภาษาอังกฤษไว้ท้ายคำอธิบายแต่ละประเภทเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมด้วย</p>
<p>3B.2	ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยว</p>
<p>1.	วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึง วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติ<br />
2.	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทพิเศษ  สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไม่เกิน 6 เดือนด้วยเงื่อนไขจำเพาะที่ระบุไว้ เช่น<br />
•	เด็ก<br />
•	บิดามารดาผู้มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนในสหราชอาณาจักร เพื่อแต่งงาน (แต่ไม่อยู่ต่อในสหราชอาณาจักร)<br />
•	เพื่อรับการรักษาพยาบาลด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว<br />
•	นักศึกษาหลักสูตรสั้น ๆ<br />
•	ผู้มาเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา เป็นต้น<br />
3.	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ สำหรับผู้ที่มีงานประจำอยู่ในประเทศไทย แต่มาทำงานใน<br />
สหราชอาณาจักรชั่วคราว ในสาขาที่กฎหมายอนุญาต เช่น<br />
•	อาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย<br />
•	อาจารย์ผู้ควบคุมนักศึกษา<br />
•	ผู้ที่ทำงานในวัด เป็นต้น<br />
4.	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬา สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในโอกาสต่างๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน<br />
5.	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักแสดง สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไม่เกิน 6 เดือนเพื่อร่วมแสดงในงานที่เกี่ยวกับการกุศล ศิลปวัฒนธรรม หรือการแข่งขันดนตรี<br />
6.	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทอื่น ๆ เช่น<br />
•	บิดามารดาผู้มีสิทธิตามกฎหมายไปเยี่ยมบุตร<br />
•	ญาติสนิทผู้มาช่วยดูแลเด็ก<br />
•	เพื่อสัมภาษณ์เข้าทำงาน<br />
•	พยานปากสำคัญในศาล เป็นต้น</p>
<p>3B.3	กำหนดระยะเวลาของวีซ่าท่องเที่ยว</p>
<p>•	วีซ่าท่องเที่ยวอาจมีระยะเวลาอายุ 6 เดือน 12 เดือน 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี แต่จะใช้เดินทางไปสหราชอาณาจักรได้ชั่วคราวคือครั้งละไม่เกิน 6 เดือน สำหรับชนิด 6 เดือนจะใช้ได้ 1 หรือ 2 หรือไม่จำกัดจำนวนครั้ง และชนิดที่มีอายุนานกว่า 6 เดือน จะใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลาอายุวีซ่า<br />
•	วีซ่าท่องเที่ยวชนิดเข้าออกประเทศได้หลายครั้ง (Long term multiple entry) ที่ได้ก่อนวันที่ 27 พฤศจิกายน 2008 ยังใช้ได้ ตราบใดผู้นั้นยังเข้าข่ายเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือ นักท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ หากเข้าข่ายประเภทอื่นต้องขอวีซ่าใหม่<br />
•	วีซ่าท่องเที่ยวชนิดเข้าออกประเทศได้หลายครั้ง ที่ออกภายหลังวันที่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2008 ใช้ได้สำหรับผู้ที่เข้าข่ายเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือประเภทธุรกิจเท่านั้น</p>
<p>3B.4	วีซ่าท่องเที่ยวแบบเดินทางเข้าประเทศได้ครั้งเดียว</p>
<p>•	เพื่อเป็นพยานปากสำคัญในศาล<br />
•	เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือองค์กรอื่นขอให้ผู้นี้มาช่วยการสืบสวนของเจ้าหน้าที่<br />
•	เพื่อมาร่วมงานศพญาติใกล้ชิด<br />
•	เมื่อได้รับเชิญให้มาเป็นแขกในงานใดงานหนึ่งที่จัดขึ้นจริง เช่นพิธีกรรมทางศาสนา<br />
•	เพื่อมาทำธุรกรรมทางธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง และผู้ขอวีซ่ามีความสำคัญต่อการทำธุรกรรมนั้น<br />
•	เพื่อเยี่ยมญาติใกล้ชิดที่กำลังมีครรภ์ หรือกำลังเจ็บป่วย</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/visitorgeneral</p>
<p>3B.5	อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน</p>
<p>ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวมีสิทธิอยู่ในสหราชอาณาจักรได้ในแต่ละครั้งไม่เกิน 6 เดือน หรือจนกระทั่งวีซ่าหมดอายุ ในกรณีที่การเดินทางครั้งหลังสุดมีวีซ่าอายุเหลือไม่ถึง 6 เดือน หากที่ท่านเดินทางเข้าออกอังกฤษหลายครั้ง เจ้าหน้าที่อาจประทับตราในหนังสือเดินทางสำหรับการเข้าเมืองครั้งแรกเท่านั้น ดังนั้นท่านควรเก็บรักษาหลักฐานการเดินทางไว้ให้ดี เพราะท่านอาจจะต้องแสดงว่าท่านอยู่ในประเทศไม่เกิน 6 เดือน และได้เดินทางเข้าประเทศครั้งสุดท้ายเมื่อใด</p>
<p>3B.6	การต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยว</p>
<p>โดยปกติจะไม่มีการต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยวเกิน 6 เดือน เว้นแต่จะเป็นกรณีที่น่ากรุณาที่สุด (Exceptional compassionate circumstances) หรือเป็น<br />
1.	อาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย<br />
2.	ผู้รับการรักษาพยาบาลด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว หรือ<br />
3.	บิดามารดาผู้มีสิทธิตามกฎหมายไปเยี่ยมบุตร</p>
<p>ท่านเหล่านี้อาจอยู่ได้ถึง 12 เดือน</p>
<p>ผู้ใดครั้งแรกได้วีซ่าไม่ถึง 6 เดือน สามารถต่ออายุให้ครบ 6 เดือนได้ นอกจากจะมีเหตุสำคัญที่ควรปฏิเสธ</p>
<p>3B.7	ใช้เดินทางได้กี่ครั้ง</p>
<p>•	สำหรับชนิด 6 เดือนจะใช้ได้ 1 หรือ 2 หรือไม่จำกัดจำนวนครั้ง และชนิดที่มีอายุนานกว่า 6 เดือน จะใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลาอายุวีซ่า<br />
•	ไม่จำกัดระยะเวลาระหว่างแต่ละครั้ง แต่<br />
•	ไม่ควรอยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 6 เดือนในระยะเวลา 12 เดือน นอกจากได้รับอนุญาตให้อยู่เกิน 6 เดือน</p>
<p>3B.8	ข้อบังคับอื่น ๆ</p>
<p>3B.8.1	ค่าเลี้ยงชีพ<br />
	นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีทุนทรัพย์ของตนเองอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องพึ่งเงินสงเคราะห์ของรัฐบาล หรือโดยการทำงาน</p>
<p>3B.8.2	การรับรอง<br />
	เจ้าหน้าที่จะพิจารณาการรับรอง (Undertakings) จากผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักร (แต่มีข่าวว่าต่อไปโฮมออฟฟิสจะบังคับให้ญาติในสหราชอาณาจักรออกใบรับรองให้ญาติผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติ)</p>
<p>3B.8.3	การปฏิเสธวีซ่า<br />
	ในการที่จะปฏิเสธคำขอวีซ่าของผู้ใด เจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาว่ามีเหตุใดที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เขาจำเป็นจะต้องปฏิเสธหรือควรปฏิเสธการขอวีซ่า (ตามที่ได้อ้างแล้วข้างต้น) หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่ผู้ขอวีซ่าเคยทำผิดกฎหมายเข้าเมืองโดยอยู่ในอังกฤษเกินอายุวีซ่ามาก่อน เป็นต้น แต่เหตุผลนี้เป็นเพียงเหตุผลที่เขาควร จะปฏิเสธ (แต่ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ) ดังนั้นหากท่านเคยกระทำผิดเช่นนั้น ขอแนะนำให้ผู้ขอวีซ่าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่อย่างเปิดเผย มิฉะนั้นหากเจ้าหน้าที่ค้นพบเอง จะทำให้ความเป็นไปได้ในการได้รับวีซ่าของท่านน้อยลงไปมาก เพราะถือว่าท่านทำผิดฐานปกปิดหรือไม่แจ้งเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะพึงใช้ในการพิจาณาวีซ่าด้วยอีกฐานความผิดหนึ่ง นอกเหนือไปจากความผิดที่เคยทำไว้ในอดีต</p>
<p>3B.9	กฎข้อบังคับและประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสำหรับวีซ่าประเภทต่าง ๆ</p>
<p>3B.9.1	วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป (General visitors)</p>
<p>1.	ต้องการเข้ามาในสหราชอาณาจักรไม่เกิน 6 เดือน<br />
2.	มีเจตนาจะออกไปจากสหราชอาณาจักรหลังจากระยะเวลาดังกล่าว<br />
3.	จะไม่ทำงาน ผลิตสิ่งของ หรือให้บริการ แก่ประชาชนทั่วไป<br />
4.	ไม่เข้ารับการศึกษา<br />
5.	ไม่รับเงินสงเคราะห์ของรัฐบาล<br />
6.	มีเงินทุนพอเพียงเพื่อเดินทางออกไปจากสหราชอาณาจักร<br />
7.	ไม่ใช่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี<br />
8.	ไม่กระทำกิจกรรมใด ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้มีวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ นักแสดง หรือนักกีฬา เท่านั้นที่มีสิทธิกระทำได้<br />
9.	ไม่ทำการสมรส<br />
10.	ไม่เจตนาเข้ามารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน<br />
11.	ไม่เข้ามาเพื่อเป็นทางผ่านไปประเทศอื่น</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/visitorgeneral</p>
<p>3B.9.2	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติ (Visiting family)<br />
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าผู้ขอวีซ่าจะไปทำอะไร และจะอยู่ในสหราชอาณาจักรจริง ๆ นานเท่าไร และระหว่างที่อยู่ที่นั้นจะต้องไม่ทำกิจกรรมใด ๆ ที่กฎข้อบังคับห้ามไว้สำหรับผู้มีวีซ่าท่องเที่ยว และ<br />
ผู้ขอวีซ่ามีทุนทรัพย์พอเพียงสำหรับตนเองและผู้ติดตาม (ถ้ามี) ในการไปเยือนสหราชอาณาจักร และเพื่อเดินทางออกหรือไม่<br />
3B.9.2.1	ใครคือญาติ<br />
กฎหมายระบุไว้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นญาติ ซึ่งหากถูกปฏิเสธวีซ่าเยี่ยมญาติ ผู้ขอมีสิทธิตามกฎหมายที่จะอุทธรณ์คำปฏิเสธนั้น<br />
1.	คู่สมรส  บิดามารดา บุตรธิดา ปู่ย่าตายาย หลาน พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ลูกพี่ลูกน้อง<br />
2.	บิดามารดา พี่น้อง ของคู่สมรส<br />
3.	ลูกเขยลูกสะใภ้<br />
4.	พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง ลูกเลี้ยง พี่น้องต่างบิดาหรือมารดา<br />
5.	คู่ครอง (ที่อยู่ด้วยกันมาแต่ไม่ได้สมรส ตลอดระยะเวลาสองในสามปีที่ผ่านมาก่อนหน้าวันที่ขอวีซ่านั้น)<br />
6.	บุตรบุญธรรมที่กฎหมายอังกฤษรับรอง ถือว่าเป็นบุตรโดยกำเนิดของบิดามารดาบุญธรรมนั้น</p>
<p>3B.9.2.2	สิทธิอุทธรณ์<br />
ผู้ขอวีซ่าเพื่อเยี่ยมบุคคลที่กฎหมายระบุว่าเป็นญาติ มีสิทธิอุทธรณ์การปฏิเสธวีซ่านั้น</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/vistortransitvisa2</p>
<p>3B.9.3	วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับเด็ก (Child visitors)</p>
<p>เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องแสดงให้เห็นว่า<br />
1.	ได้มีการจัดจัดเตรียมเรื่องการเดินทาง การต้อนรับ และการดูแลระหว่างที่อยู่ในสหราชอาณาจักรไว้อย่างเหมาะสมแล้ว<br />
2.	มีบิดามารดา หรือผู้ปกครองซึ่งทำมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเด็กนั้นในประเทศไทย และ<br />
3.	บิดามารดาหรือผู้ปกครองนั้นยินยอมให้เด็กเดินทาง</p>
<p>3B.9.3.1	การเดินทาง การต้อนรับ และการดูแลอย่างเหมาะสม<br />
สิ่งนี้อาจจะแต่งต่างกันในแต่ละกรณี เจ้าหน้าที่จะต้องทราบชื่อและที่อยู่ของผู้ที่จะดูแลเด็กในสหราชอาณาจักร หรือผู้ที่เดินทางกับเด็ก และเจ้าหน้าที่จะสอบถามเรื่องการดูแลเด็ก ซึ่งส่วนมากหมายถึงกำหนดการเดินทางและรายละเอียดเรื่องที่พักของบิดามารดา (ในกรณีที่เดินทางด้วยกัน) หรือขอดูจดหมายจากผู้ที่จะต้อนรับทางอังกฤษ<br />
3B.9.3.2	การยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง<br />
เจ้าหน้าที่จะต้องบันทึกคำยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองในประเทศไทยด้วย ส่วนมากบิดามารดาหรือผู้ปกครองที่จะเดินทางกับเด็กก็จะเซ็นใบสมัครขอวีซ่าด้วยตนเอง หรือหากไม่ได้เดินทางด้วยก็สามารถทำหนังสือยินยอมได้ เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธวีซ่าหากสงสัยในคำยินยอม หรือไม่มีการยินยอม และไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ในกรณีที่บิดามารดาหย่าขาดจากกัน ผู้ที่มีสิทธิในตัวเด็กตามกฎหมาย หรือเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว (Sole responsibility) จะต้องเป็นผู้ยินยอม<br />
3B.9.3.3	เด็กจะเรียนหนังสือระหว่างอยู่ในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่<br />
เด็กที่มีวีซ่าท่องเที่ยวอาจเรียนหลักสูตรสั้น ๆ ในโรงเรียนเอกชนได้ แต่โรงเรียนจะต้อง<br />
1.	ได้รับการรับรองจาก Register of Education and Training Providers หรือ<br />
2.	เป็นผู้รับรองระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน หรือ<br />
3.	ได้รับการรับรองจากโฮมออฟฟิส<br />
4.	ในกรณีหลักสูตรสั้น ๆ เป็นประเภทที่เน้นการทำกิจกรรม  โรงเรียนไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรอง หลักสูตรเหล่านี้อาจมีส่วนการสอนภาษาอังกฤษบ้าง แต่จะต้องเป็นส่วนน้อยของหลักสูตรทั้งหมด และ<br />
•	โรงเรียนจะต้องมีแผนการปกป้องคุ้มครองระวังภัยต่อเด็กนักเรียน และ<br />
•	หากหลักสูตรจำเป็นจะต้องได้รับการรับรอง โรงเรียนก็ได้รับการรับรองนั้น ๆ แล้ว<br />
โรงเรียนอาจส่งหนังสือยืนยันเนื้อหาหลักสูตร ระยะเวลา กฎหมายข้อบังคับ และการยืนยันจากองค์กรควบคุมว่าโรงเรียนได้ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ แล้ว<br />
3B.9.3.4	วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับเด็ก จะใช้ได้เมื่อไร<br />
เด็กจำเป็นต้องเดินทางพร้อมกับผู้ใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็น 1 หรือ 2 คน ที่มีชื่ออยู่ในวีซ่าของเด็ก หากเด็กจะต้องเดินทางแต่ผู้เดียวหรือยังไม่แน่ใจว่าผู้ใหญ่คนไหนจะเดินทางด้วย วีซ่าเด็กควรจะเป็นประเภท เดินทางแต่ผู้เดียว แต่เจ้าหน้าที่จะเพ่งเล่งใบสมัครขอวีซ่าและสถานการณ์ของเด็กผู้ขอวีซ่าประเภทนี้เป็นพิเศษ</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/specialchildv</p>
<p>3B.9.4	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทบิดามารดาผู้มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนในสหราชอาณาจักร (Parents with children under 12 at school in UK)<br />
3B.9.4.1	กฎข้อบังคับ</p>
<p>1.	บิดามารดาต้องเข้าข่ายกฎข้อบังคับของวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปข้างต้น และ<br />
2.	บุตรได้รับวีซ่าเด็กนักเรียน (Child student) เพื่อเรียนในโรงเรียนไปมา (day school) ซึ่งได้รับเป็นผู้รับรองภายใต้ระบบให้คะแนนระดับที่ 4 และ<br />
3.	เด็กมีอายุต่ำกว่า 12 ปี และ<br />
4.	บิดามารดามีหลักฐานยืนยันว่ามีทุนทรัพย์เพียงพอและมั่นคงสำหรับการมีบ้านเรือนอีกแห่งในสหราชอาณาจักร และ<br />
5.	บิดามารดาไม่ต้องการมีบ้านที่เป็นบ้านหลักอยู่ในสหราชอาณาจักร<br />
บิดามารดาจะได้รับวีซ่าอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักร 12 เดือน</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/parentchildunder12</p>
<p>3B.9.5 	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อแต่งงาน (แต่ไม่อยู่ต่อในประเทศ) (Marriage/Civil partnership visits not settlement)</p>
<p>ผู้ที่ตั้งใจจะแต่งงาน แต่ไม่อยู่ต่อในสหราชอาณาจักรหลังจากแต่งงานแล้วเท่านั้นจึงจะขอวีซ่าประเภทนี้ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการแต่งงานในสหราชอาณาจักรแล้วจะพำนักอาศัยอยู่ที่นั่น ต้องขอวีซ่าคู่หมั้น</p>
<p>3B.9.5.1	กฎข้อบังคับ<br />
ผู้ขอจะต้องเข้าข่ายกฎข้อบังคับของวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปข้างต้น และแสดงหลักฐานการแสดงความจำนงที่จะสมรส (Notification of marriage) หรือหลักฐานการจัดเตรียมพิธีสมรสซึ่งจะเกิดขึ้นในระหว่างอายุของวีซ่า คือ 6 เดือน เมื่อจะทำการสมรสเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน (registry office) จะตรวจสอบวีซ่า ก่อนรับการแจ้งว่าจะทำพิธีสมรส ส่วนผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรแล้ว และต้องการจดทะเบียนสมรส ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ (Certification of Approval) จากโฮมออฟฟิสก่อน ดูรายละเอียดได้ที่ บทที่ 4 กฎหมายครอบครัว</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/vistortransitvisa13</p>
<p>3B.9.6	วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อรับการรักษาพยาบาลด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว (Private Medical Treatment)</p>
<p>3B.9.6.1	กฎข้อบังคับ</p>
<p>1.	ต้องเข้าข่ายกฎข้อบังคับของวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปข้างต้น<br />
2.	ต้องเดินทางไปสหราชอาณาจักรเพื่อรับการรักษาพยาบาลด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวจริง ๆ<br />
3.	ต้องไม่เจตนาไปรับการรักษาพยาบาลฟรีในโรงพยาบาลของรัฐ นอกจากตามที่กระทรวงสาธารณะสุขอนุญาตไว้เท่านั้น<br />
4.	เป็นการรักษาพยาบาลที่มีกำหนดเวลาแน่นอน<br />
5.	ผู้ขอวีซ่าเจตนาจะออกจากสหราชอาณาจักรหลังจากได้รับการรักษาพยาบาล<br />
6.	ผู้ขอวีซ่าไม่เป็นโรคติดต่อ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น<br />
7.	ต้องแสดงหลักฐานการนัดหมายแพทย์ หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยทุนทรัพย์ส่วนตัวนั้น และ<br />
8.	ต้องมีทุนทรัพย์ในสหราชอาณาจักรพอเพียงสำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาล และผู้ขอวีซ่าต้องยืนยัน (Undertaking) ว่าจะใช้ทุนทรัพย์นั้นจ่ายค่ารักษาพยาบาล<br />
9.	หากเจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจว่าค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ขอวีซ่าแจ้งถูกต้อง หรือสงสัยในหลักฐานที่นำมาแสดง เขาอาจติดต่อสอบถามแพทย์หรือโรงพยาบาลโดยตรง</p>
<p>3B.9.6.2	อาจต่อวีซ่าได้<br />
ผู้ที่ได้รับวีซ่าประเภทนี้ อยู่ในอังกฤษได้ 6 เดือน แต่โฮมออฟฟิสอาจต่ออายุวีซ่าให้ได้ หากมีหนังสือยืนยันจากแพทย์ผู้ใหญ่ของรัฐ (NHS Consultant) เรื่องการรักษาพยาบาลที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อไปอีก</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/privatemedicaltreatment</p>
<p>3B.9.7	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักศึกษาหลักสูตรสั้น ๆ ไม่นานกว่า 6 เดือน (Student visitor)</p>
<p>1.	ต้องไม่ทำงาน ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับค่าจ้าง<br />
2.	ไม่มีการต่อวีซ่า และจะไม่ได้วีซ่าระยะยาว<br />
3.	ไม่มีกฎข้อบังคับว่าจะต้องเรียนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง หรือเวลาไหนบ้าง อาจจะเป็นหลักสูตรวันเสาร์อาทิตย์ หรือภาคค่ำก็ได้ และไม่จำเป็นว่าจะได้ประกาศนียบัตรหรือไม่<br />
4.	ต้องเรียนในสถานศึกษาเอกชน ซึ่ง<br />
•	ได้รับการรับรองจาก Register of Education and Training Providers หรือ<br />
•	เป็นผู้รับรองระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน หรือ<br />
•	ได้รับการรับรองจากโฮมออฟฟิส</p>
<p>นักศึกษาหลักสูตรสั้น ๆ นี้ไม่มีสิทธิอุทธรณ์การปฏิเสธวีซ่า แต่หากนักศึกษา ฯ ตั้งใจจะไปเยี่ยมผู้ซึ่งกฎหมายนับว่าเป็นญาติ (ดูรายละเอียดที่วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเยื่ยมญาติข้างต้น) นักศึกษาก็มีสิทธิอุทธรณ์การปฏิเสธวีซ่าได้</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/studentvisitor</p>
<p>3B.9.8	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทผู้มาเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา (Prospective student)<br />
คือผู้ที่ตั้งใจมาศึกษาในสหราชอาณาจักร แต่ยังไม่ตัดสินใจแน่นอนว่าจะศึกษาที่ใดหรือขั้นตอนการสมัครยังไม่เสร็จสิ้น เมื่อผู้นี้ได้รับการตอบรับอย่างไม่มีข้อแม้จากสถานศึกษาแล้ว ก็มีสิทธิเปลี่ยนวีซ่า (Switching) เป็นประเภทนักศึกษาภายใต้ระบบให้คะแนนในประเทศอังกฤษได้<br />
1.	นักศึกษาจำพวกนี้หมายรวม ถึงนักศึกษาพยาบาลหรือผดุงครรภ์ที่จบการศึกษาจากประเทศไทย แต่ไม่รวมแพทย์หรือทันตแพทย์<br />
2.	นักศึกษาจะต้องมีกำหนดการและจุดหมายอย่างชัดเจนว่าจะเรียนวิชาอะไร และมีหลักฐานการติดต่อกับสถานศึกษาในสหราชอาณาจักรแล้ว เช่น นักศึกษาที่ได้การตอบรับจากสถานศึกษา เพียงจำเป็นต้องมีการสัมภาษณ์ก่อนเท่านั้น เป็นต้น ผู้ที่มีโครงการเลื่อนลอยว่าจะศึกษาเพื่อให้ได้ปริญญา โดยไม่ทราบแน่ว่าจากที่ไหนเช่นนี้ จะไม่ได้รับวีซ่าชนิดนี้<br />
3.	นักศึกษาต้องแสดงหลักฐานว่าหลักสูตรจะเริ่มต้นภายในอายุของวีซ่าชนิดนี้คือ 6 เดือน<br />
วีซ่าประเภทนี้มีสิทธิอุทธรณ์การปฏิเสธขอวีซ่า และมีสิทธินำผู้ติดตามคือ คู่สมรส และบุตรผู้เยาว์ไปด้วย</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/prospectivestudent</p>
<p>3B.9.9	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors)<br />
วีซ่าประเภทนี้ใช้สำหรับผู้ที่ทำงานในประเทศไทย แต่ต้องการเดินทางมาสหราชอาณาจักรเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อกิจการธุรกิจ วีซ่านี้ต้อง:<br />
1.	เข้าข่ายกฎข้อบังคับของวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปข้างต้น และ<br />
2.	ผู้ขอทำงานอยู่ในประเทศไทย และไม่คิดจะย้ายที่ทำงานมาอยู่ในสหราชอาณาจักร แม้เป็นการชั่วคราว และ<br />
3.	รับเงินเดือนจากประเทศไทย แต่มีสิทธิรับค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเดินทางระหว่างอยู่ในอังกฤษได้และ<br />
4.	ไม่ทำงานเกี่ยวกับการขายสินค้า หรือให้บริการโดยตรงกับประชาชนทั่วไป</p>
<p>3B.9.9.1	บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้ควรได้รับวีซ่าประเภทนี้<br />
•	ผู้ทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์ (film crews) ซึ่งหมายรวมถึง นักแสดง ผู้อำนวยการ ผู้กำกับ ช่างเทคนิคต่าง ๆ ในการถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ (location shoot) แต่ต้องถูกจ้างและได้รับค่าจ้างจากบริษัทในประเทศไทย<br />
•	ตัวแทนสื่อสารมวลชนจากประเทศไทย ในกรณีถูกจ้างและได้รับค่าจ้างจากบริษัทในประเทศไทย และมาหาหรือทำข่าวให้หนังสือพิมพ์หรือรายการในประเทศไทย<br />
•	อาจารย์ผู้มาทำการวิจัย (academic visitors)<br />
•	อาจารย์ผู้มาควบคุม หรือมาสอนนักศึกษาที่เดินทางมาเรียนหลักสูตรต่างประเทศ (visiting professors)<br />
•	เจ้าหน้าที่บริษัทในประเทศไทยที่มีสัญญาซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทในสหราชอาณาจักร (secondees) แต่บริษัททั้งสองไม่ใช่บริษัทในเครือเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ไทยถูกส่งมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยให้บริษัทในสหราชอาณาจักรส่งสินค้าหรือบริการนั้นได้ตามสัญญา เช่น ชี้แจงรายละเอียดของบริษัทไทย แต่ผู้นี้จะต้องเป็นพนักงานและรับเงินเดือนจากบริษัทไทยโดยตลอด หากบริษัททั้งสองเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้ถูกส่งมาประจำในสหราชอาณาจักร จะต้องขอวีซ่าทำงานภายใต้ระบบให้คะแนนประเภทพนักงานย้ายสาขา (tier 2 intra-company transfer) ส่วนผู้อื่นที่มาทำงานในสหราชอาณาจักรจะต้องขอวีซ่าทำงานภายใต้ระบบให้คะแนนประเภทอื่น ๆ ตามสมควร<br />
•	วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้มาทำงานในสหราชอาณาจักรได้คราวละ 6 เดือน แต่หากจำเป็นก็อาจจะได้รับวีซ่าเพื่อกลับเข้ามาใหม่<br />
•	ผู้ทำงานให้วัด (religious workers) อาจจะสอนหรือเทศน์ระหว่างการเดินทางธุรกิจ เช่นในที่ประชุม เป็นต้น แต่ต้องเป็นผู้ทำงานในประเทศไทย และไม่รับตำแหน่ง หน้าที่ หรืองานใด ๆ ในสหราชอาณาจักร<br />
•	ที่ปรึกษา ผู้ฝึก ผู้แก้ปัญหา (Advisers, consultants, trainers หรือ trouble shooters) ที่ทำงานให้กับบริษัทในประเทศไทยในเครือเดียวกันกับบริษัทในอังกฤษ แต่ต้องไม่ใช่ประเภทที่ถือว่าเป็นการจ้างงานโดยสาขาอังกฤษ<br />
•	เจ้าหน้าที่บริษัทไทยเข้ามาฝึกงานเฉพาะ และพิเศษในทางเทคนิค หรือระบบการทำงานในอังกฤษ ที่ไม่ใช่การฝึกการทำงาน on the job training และบริษัทไทยที่เป็นนายจ้างนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทในเครือ หรือมีสัญญาซื้อขายกับบริษัทอังกฤษ</p>
<p>นอกจากนั้นผู้ที่เข้ามาทำงานต่อไปนี้ เป็นผู้ที่เข้ามาในสหราชอาณาจักรด้วยวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจได้</p>
<p>•	ผู้มาประชุม สัมภาษณ์ หรือสัมมนา<br />
•	ผู้มาแสดงสินค้า ประเภทการส่งเสริมสินค้า และไม่ใช่การขายโดยตรงแก่ประชาชนทั่วไป<br />
•	ผู้มาติดต่อการค้าขาย ต่อรองและเซ็นสัญญาซื้อขาย<br />
•	ผู้มาวิจัยข้อมูล เช่นนักหนังสือพิมพ์มาทำข่าวเพื่อไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทย เป็นต้น<br />
•	ผู้มาสำรวจตรวจสอบสถานที่ (site visit)<br />
•	ผู้มาซื้อและตรวจรายละเอียดของสินค้า หรือตรวจสินค้า<br />
•	ผู้ขนย้ายสินค้ามาจากประเทศไทย<br />
•	ผู้มาสัมภาษณ์ ในกรณีที่มีการนัดหมายการสัมภาษณ์ไว้แล้ว<br />
•	หัวหน้าทัวร์บริษัทไทย ที่จะนำลูกทัวร์มาเที่ยวอังกฤษ และจะออกจากอังกฤษพร้อมกับคณะลูกทัวร์<br />
•	ผู้บรรยายในงานประชุมที่จัดขึ้นพิเศษ และไม่ไช่เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า<br />
•	นักแปล ล่าม ที่เป็นพนักงานบริษัทไทย ที่เดินทางเข้ามาแปล หรือเป็นล่ามให้กับเจ้าหน้าที่ของบริษัท ผู้เดินทางเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ<br />
•	ตัวแทนบริษัทไอที ประเภท ซอฟต์แวร์ ที่มาติดตั้ง แก้ไข ต่อเติมสินค้าของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัทที่มารับทราบข้อมูล ความต้องการของลูกค้าในสหราชอาณาจักร แต่ตัวแทนที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียด ควรขอวีซ่าภายใต้ระบบให้คะแนน เพราะงานเช่นนี้ถือว่าเป็นประเภท ที่ปรึกษา (consultancy)<br />
•	ตัวแทนบริษัทไทยที่มาซ่อมแซมดูแล สินค้าของบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างการรับประกัน<br />
•	ตัวแทนบริษัทไทยที่มาประกอบ ติดตั้งเครื่องจักร ที่ไม่สามารถส่งมาเป็นชิ้นเดียว และที่บริษัทไทยขายให้กับบริษัทในสหราชอาณาจักร<br />
•	ตัวแทนบริษัทไทยที่มาติดตั้ง รื้อถอน ซ่อมแซมดูแล หรือแนะนำ การก่อสร้างและพัฒนาเครื่องจักรที่ทำในประเทศไทย<br />
•	กรรมการที่มาประชุมคณะกรรมการของบริษัทในสหราชอาณาจักร แต่ต้องไม่ใช่พนักงานของบริษัทอังกฤษ แต่มีสิทธิรับเบี้ยประชุมได้<br />
3B.9.9.2	ผู้มาทำงาน ที่ไม่ควรขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจแต่ควรจะขอวีซ่าประเภทอื่น<br />
ระบบให้คะแนน ระดับที่ 1<br />
1.	ผู้ที่มาก่อตั้งธุรกิจในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่า ระดับที่ 1 ประเภทผู้ประกอบการ (tier 1 entrepreneur)<br />
2.	ผู้ที่จะผลิตสินค้าหรือให้บริการในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่า ระดับที่ 1 ประเภททั่วไป (tier 1 general) ระดับที่ 2 หรือระดับที่ 5 ทำงานชั่วคราว (temporary work) ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า กิจการ ผู้รับรองในสหราชอาณาจักร และระยะเวลาของการทำงานนั้น ๆ<br />
3.	ผู้ที่จะขายสินค้าหรือให้บริการในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่า ระดับที่ 1 ประเภททั่วไป ระดับที่ 2 หรือระดับที่ 5 ทำงานชั่วคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า กิจการ ผู้รับรองในสหราชอาณาจักร และระยะเวลาของการทำงานนั้น ๆ<br />
4.	ที่ปรึกษาที่ทำงานอิสระ (self-employed consultants) นอกจากผู้ที่มีสัญญาว่าจ้างกับบริษัทในประเทศไทยที่เป็นสาขาของบริษัทในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่า ระดับที่ 1 ประเภททั่วไป<br />
5.	ผู้ฝึกสอน (those offering training) นอกจากการฝึกสอนนั้นสำหรับผลิตภัณฑ์ไทย หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะของกลุ่มบริษัทที่บริษัทอังกฤษเป็นสมาชิก ควรขอวีซ่า ระดับที่ 1 ประเภททั่วไป<br />
ระบบให้คะแนน ระดับที่ 2<br />
6.	พนักงานบริษัทไทย ที่มีสาขา และถูกส่งมาทำงานในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่า ระดับที่ 2 ประเภทพนักงานย้ายสาขา<br />
7.	คนที่จะมาทำงานในประเภทซึ่งคนงานในอังกฤษหรือยุโรปก็ทำได้ ควรขอวีซ่า ระดับที่ 2 ประเภท ทั่วไป แต่ต้องเป็นงานในบัญชีอาชีพขาดแคลนแรงงาน (shortage occupation list) หรือได้ผ่านการตรวจสอบหาแรงงานในประเทศแล้ว (resident labour market test)<br />
8.	ผู้ที่เป็นพนักงานเต็มเวลาและได้รับเงินเดือนในฐานะกรรมการหรือผู้ร่วมงานของคณะขุดค้นโบราณคดี (archaeological dig)<br />
ระบบให้คะแนน ระดับที่ 5<br />
9.	นักกีฬาที่มาร่วมการแข่งขันกีฬานัดเดียวกรณีพิเศษ ขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬาได้ นอกจากนั้นต้องขอภายใต้ระบบให้คะแนน ระดับที่ 5 ทำงานชั่วคราว ประเภทนักกีฬาและนักแสดง<br />
10.	นักดนตรี หรือนักแสดงที่มาแสดงดนตรี หรือแสดงภาพยนตร์ต้องขอภายใต้ระบบให้คะแนน ระดับที่ 5 ทำงานชั่วคราว ประเภทนักกีฬาและนักแสดง</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/businessvisitor</p>
<p>3B.9.10	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) อาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย (Academic Visitors)<br />
•	อาจารย์ผู้สอนหนังสือในสถานศึกษาไทย แต่มาทำงานวิจัยในสหราชอาณาจักรระหว่างการหยุดพักสอน (sabbaticals) เช่นการวิจัยสำหรับงานเขียนหนังสือ เป็นต้น แต่ผู้ที่ได้รับการหยุดงานจากบริษัทเอกชนเพื่อทำการวิจัย ขอวีซ่าประเภทนี้ไม่ได้ หรือ<br />
•	อาจารย์ (หมายรวมแพทย์) ในโครงการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับสถานศึกษาในอังกฤษ<br />
•	ศาสตราจารย์แพทย์ หรือทันตแพทย์ ผู้อยู่ในโครงการวิจัย สอน และรักษาพยาบาล และ<br />
•	จะต้องไม่ได้รับเงินค่าจ้างใด ๆ จากองค์กรในอังกฤษ นอกจากค่าใช้จ่าย ค่าสินน้ำใจเล็กน้อย ตามสมควร (reasonable honoraria) หรือการจ่ายเงินในรูปแบบการแลกเปลี่ยน (payment on an exchanged basis)<br />
•	ไม่ทำงานอื่นนอกจากงานทางวิชาการที่ได้รับอนุญาตตามวีซ่า<br />
•	ไม่รับตำแหน่งหรือทำงานในหน้าที่ที่เกิดว่างลง<br />
•	ไม่อยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 12 เดือน และต้องออกนอกประเทศหลังจากนั้น<br />
•	ไม่รับการจ้างงานในสหราชอาณาจักร<br />
•	มีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพของตนเอง และผู้ติดตามโดยไม่รับเงินสงเคราะห์ของรัฐบาล  หรือมีที่พักอาศัยและได้รับการเลี้ยงดูโดยญาติหรือเพื่อน<br />
•	 มีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการเดินทางออกไปจากสหราชอาณาจักร</p>
<p>3B.9.10.1	บุคคลผู้ที่ไม่เข้าข่ายวีซ่าประเภทอาจารย์ผู้มาทำงานวิจัย<br />
•	นักศึกษาที่จบใหม่ ๆโดยเฉพาะผู้ที่ได้ปริญญาจากสหราชอาณาจักร<br />
•	นักศึกษาที่กำลังทำวิจัยต่อหลังจากได้รับปริญญา (postgraduate researchers) เพื่อที่จะได้รับปริญญาสูงขึ้นในสหราชอาณาจักร ควรขอวีซ่าเป็นวีซ่านักศึกษาในระดับที่ 4 หรือ ระดับที่ 2 ภายใต้ระบบให้คะแนน<br />
•	อาจารย์ในมหาวิทยาลัย (lecturers) ที่จะมาสอนและจะได้ค่าจ้าง จะต้องขอวีซ่า ระดับที่ 2  ภายใต้ระบบให้คะแนน แต่นักวิชาการอาจจะขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจได้หากอยู่ไม่เกิน 6 เดือน และเพียงมาร่วมงานประชุมหรือสัมมนาพิเศษ ในคราวเดียว และไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า (not a commercial venture)<br />
•	ผู้ที่ทำงานกับบริษัทเอกชนและได้รับอนุญาตหยุดงานเพื่อทำงานวิจัย ขอวีซ่าประเภทนี้ไม่ได้<br />
•	นักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุน (sponsored researchers) คือบุคคลที่ต้องการเข้ามาในสหราชอาณาจักรเพื่อเป็นผู้นำ หรือผู้ร่วมโครงการวิจัยทางการ ซึ่งมีองค์การอังกฤษเป็นเจ้าภาพ แต่ไม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากองค์กรวิจัยอังกฤษ หมายรวมถึง มหาวิทยาลัย องค์กรวิจัยที่ไม่แสวงหากำไร องค์กรการกุศล สภาวิจัยแห่งชาติ เช่น สภาวิจัยทางแพทย์  นักวิจัยผู้ได้รับการสนับสนุน จะทำงานโดยตำแหน่ง และอยู่ในความควบคุมขององค์กรที่จะได้รับประโยชน์จากการวิจัยนั้น นักวิจัยผู้ได้รับการสนับสนุนนี้อาจจะได้รับเงินทุนจากองค์กรในสหราชอาณาจักร หรือต่างประเทศ และควรขอวีซ่าในระดับที่ 5 ประเภทแรงงานชั่วคราว หรือประเภทโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (government authorised exchange) แต่นักวิชาการผู้ซึ่งต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ หรือ ปรึกษาหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนักวิชาการด้วยกันในสหราชอาณาจักร อาจเข้าข่ายขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจได้</p>
<p>อาจารย์ทำงานวิจัยจะได้วีซ่า 12 เดือน แต่ไม่มีการต่อวีซ่าอีก<br />
ผู้ติดตาม คือคู่สมรส และบุตรผู้เยาว์จะได้วีซ่าในระยะเวลาเท่ากันกับอาจารย์ ฯ แต่ต้องเข้าข่ายวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป หรือวีซ่าเด็กด้วย<br />
บุตรผู้เยาว์มีสิทธิเรียนในโรงเรียนของรัฐระหว่างพักอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/academicvisitor</p>
<p>3B.9.10.2	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) อาจารย์ผู้ควบคุมนักศึกษา (Visiting Professors)<br />
นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาไทย อาจเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักรในหลักสูตรต่างประเทศ และมีอาจารย์ผู้ฝึกสอนคุมมาด้วย อาจารย์เหล่านี้อาจสอนนักศึกษาด้วยได้ แต่เฉพาะในสถานศึกษาเจ้าภาพที่อาจารย์คุมนักศึกษามา และอาจารย์จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ รับค่าจ้างจากสถานศึกษาไทย และไม่ทำงานหรือมีที่ทำงานเป็นหลักอยู่ในสหราชอาณาจักร</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/visitingprofessors</p>
<p>3B.9.10.3	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจ (Business Visitors) ผู้ทำงานเกี่ยวกับศาสนา (Religious Workers)<br />
1.	ผู้ทำงานเกี่ยวกับศาสนา เช่น พระภิกษุสงฆ์ ที่เดินทางมาร่วมงานเป็นครั้งคราว เช่น งานประชุม เป็นต้น และทำการสอนหรือเทศน์ระหว่างอยู่ในอังกฤษ สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทธุรกิจได้ แต่ท่านต้องมีที่ประจำอยู่นอกอังกฤษ และไม่เข้ามารับตำแหน่งหรือทำงานประจำในอังกฤษ<br />
2.	พระภิกษุสงฆ์ที่จะเข้ามาทำงานและอยู่ประจำในวัด เพื่อการเทศน์ และการสอนศาสนาจะต้องเข้าข่ายและขอวีซ่าภายใต้ระบบให้คะแนนระดับที่ 2 ประเภทนักบวช<br />
3.	พระภิกษุสงฆ์ที่เข้ามาทำงานชั่วคราวให้วัด อาจจะขอวีซ่าทำงานชั่วคราวได้ภายใต้ระบบให้คะแนนระดับที่ 5 ประเภททำงานให้วัด (tier 5 temporary workers)</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/religiousworker</p>
<p>3B.9.11	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬา (Sports visitors)<br />
นักกีฬาที่เข้ามาแข่งกีฬานัดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวหรือทีมจากประเทศไทย รวมทั้งที่มาแข่งขันนัดการกุศล การแข่งขันเพื่อการโชว์ (Exhibition matches) หรือเป็นนักกีฬาสมัครเล่นเข้ามาร่วมทีมสมัครเล่น<br />
นักกีฬาที่เข้ามาเพื่อการปรากฎตัว แสดงตัว เซ็นหนังสือ สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ต่อรองสัญญา ติดต่อผู้สนับสนุน (Sponsorships) หรือมาเพื่อทำการทดลองเล่น (trials) หากไม่ใช่การทดลองเล่นต่อหน้าผู้ชม ไม่ว่าผู้ชมจะจ่ายเงินค่าดูหรือไม่ก็ตาม ก็เข้าข่ายวีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬา<br />
นอกจากนี้ยังรวมถึงนักกีฬาที่มาแข่งขันในนัดเฉพาะพิเศษ และไม่มาประจำในสหราชอาณาจักร เพียงมาร่วมการแข่งขันชนะเลิศ รายการต่าง ๆ เช่น<br />
•	British Open Golf หรือ Wimbledon<br />
•	นักรักบี้ ฟุตบอล คริกเก็ต หรือ<br />
•	นักมวยมาต่อยมวยรายการเดียว เป็นต้น<br />
3B.9.11.1	เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามสนับสนุนนักกีฬา<br />
เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามสนับสนุนนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือสมัครเล่น ที่เดินทางเข้ามาร่วมรายการแข่งขันเดียวกันกับนักกีฬา ก็ขอวีซ่าชนิดนี้ได้เช่นกัน เช่น นักกายภาพบำบัด (Physiotherapists) ครูผู้ฝึกสอน (coaches) นักโภชนาการ (dieticians) องค์รักษ์ประจำตัว (bodyguards) นักข่าว (press officers) เป็นต้น คนเลี้ยงม้า (grooms) สำหรับกีฬาโปโลก็มากับนักแข่งโปโลได้ หากเจ้าหน้าที่พิจารณาวีซ่ามั่นใจว่าคนเลี้ยงม้าจะไม่มาอยู่ประจำตลอดฤดูโปโลเพื่อทำงานในโรงม้า เจ้าหน้าที่ผู้มาร่วมในการแข่งขันเดียวกันกับนักกีฬา เช่น กรรมการ ผู้กำกับเส้น เหล่านี้ก็สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬาได้เหมือนกัน<br />
การแข่งขันกีฬานัดการกุศล หรือเพื่อการโชว์ (Exhibition) ประเภทกิจสาธารณะ (testimonials) แม้จะมาเล่นกับทีมอังกฤษก็ขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักกีฬาได้ แต่ต้องไม่รับเงินค่าจ้างนอกจากค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเท่านั้น</p>
<p>3B.9.11.2	นักกีฬาที่ต้องการมาฝึกหัด (Training)</p>
<p>•	สามารถมาได้เป็นการชั่วคราวและต้องไม่มาอยู่ประจำในสหราชอาณาจักร<br />
•	ต้องไม่รับเงินจากองค์กรกีฬาสหราชอาณาจักร<br />
•	ไม่เข้ามาเล่นร่วมกันกับทีมอังกฤษ และ<br />
•	การแข่งขันที่เข้าร่วมจะต้องเป็นประเภท  Friendly / exhibition เท่านั้น</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/sportsvisitor</p>
<p>3B.9.12	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักแสดง (Entertainer Visitors)<br />
คือนักแสดงที่มาแสดงในงานศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ งานแข่งขันดนตรี (Music competitions) งานแสดงเพื่อการกุศล ในสหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนนักแสดงที่มาทำงานต้องเข้าข่ายระบบให้คะแนนระดับที่ 2 หรือ 5<br />
วีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักแสดง หมายรวมถึง<br />
•	นักดนตรีที่มาร่วมงานแข่งขันดนตรี (music competitions)<br />
•	ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกที่มาออกอากาศ ปรากฎตัว แต่จะรับค่าจ้างไม่ได้<br />
•	นักดนตรีที่มาทำการทดสอบ (audition)<br />
•	นักแสดงสมัครเล่นที่เข้ามาแสดงรายการใดรายการหนึ่งโดยเฉพาะ<br />
•	นักแสดงสมัครเล่นที่เข้ามาแสดงเป็นกลุ่ม เช่นนักร้องประสานเสียง นักดนตรีในวงดนตรีมาแสดงในรายการใดรายการหนึ่งโดยเฉพาะ<br />
•	นักแสดงอาชีพในรายการการกุศล หรือรายการที่ผู้จัดไม่ได้แสวงหากำไรและผู้แสดงไม่ได้รับค่าจ้าง<br />
•	นักแสดงอาชีพหรือสมัครเล่นมาร่วมงานด้านวัฒนธรรมที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาล หรือองค์กรต่างชาติที่ได้รับการยอมรับ หรือมาร่วมในงานเทศกาล ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ใน http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/vistortransitvisa<br />
เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามสนับสนุนนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงอาชีพหรือสมัครเล่น ที่เดินทางเข้ามาร่วมรายการเดียวกัน เช่น นักโภชนาการ (Dieticians) องค์รักษ์ประจำตัว (bodyguards) นักข่าว (press officers) เป็นต้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ซึ่งมาร่วมรายการเดียวกันกับนักแสดง เช่น นักออกแบบท่าเต้น (choreographers) ผู้กำกับเวที (stage managers) นักออกแบบ (designers) เหล่านี้ก็เข้าข่ายวีซ่าท่องเที่ยวประเภทนักแสดงเช่นกัน</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/vistortransitvisa</p>
<p>3B.9.13	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทบิดาหรือมารดาผู้มีสิทธิเยี่ยมบุตรที่พำนักอยู่ในบิดาหรือมารดาต้องเข้าข่ายกฎข้อบังคับของวีซ่าท่องเที่ยวประเภททั่วไปข้างต้น<br />
และต้องแสดง:<br />
1.	ว่าเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร และต้องการใช้สิทธิเพื่อที่จะได้เยี่ยมบุตร<br />
2.	ว่ามีบิดาหรือมารดา (หรือผู้อื่น) ซึ่งดูแลเด็กนั้นพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร<br />
3.	ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และ<br />
4.	หลักฐานจากศาลอังกฤษว่าผู้ขอวีซ่ามีสิทธิเยี่ยมเด็ก หรือมีคำสาบาญยืนยัน (sworn affidavit) จากผู้ที่ดูแลเด็กว่าผู้ขอวีซ่าได้รับอนุญาตให้เยี่ยมเด็กได้ และ<br />
5.	คำอธิบายอย่างละเอียดถึงกำหนดการและการจัดการต่าง ๆ สำหรับการเยี่ยมครั้งนี้ หากการเยี่ยมนี้จำเป็นต้องมีการควบคุม (supervised contact) ก็มีคำอธิบายของผู้ควบคุมด้วย<br />
บิดาหรือมารดา ฯ จะได้วีซ่าให้อยู่ในสหราชอาณาจักรได้ 12 เดือน และหากถูกปฏิเสธวีซ่ามีสิทธิอุทธรณ์คำปฏิเสธนั้นด้วย</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/parentaccessrights</p>
<p>3B.9.14	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทญาติสนิทผู้มาช่วยดูแลเด็ก (Child minders for relatives)<br />
1.	ผู้ขอวีซ่าเป็นญาติสนิทของบิดาหรือมารดาเด็ก จะต้องเป็นญาติใกล้ชิดเช่น เป็น พ่อแม่ พี่น้อง เขยสะใภ้ เป็นต้น ส่วนญาติอื่น ๆ ที่ห่างไกลออกไปอาจเข้าข่ายการขอวีซ่านี้ได้ หากญาตินั้นพักอาศัยอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันกับบิดามารดาเด็กในประเทศไทย หรือเป็นญาติที่ใกล้ชิดที่สุดที่ยังเหลืออยู่ของบิดามารดาเด็ก<br />
2.	บิดามารดาเด็กไม่สามารถดูแลเด็กในช่วงเวลากลางวันได้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นไปเพื่อที่จะให้บิดามารดาเด็กไปทำงานนอกบ้าน แต่เป็นเพียงการช่วยเหลือดูแลเด็กอย่างชั่วคราวเท่านั้น<br />
3.	บิดามารดาเด็กไม่มีวีซ่าที่จะนำไปสู่การอยู่อังกฤษได้อย่างถาวร<br />
4.	ญาตินี้จะไม่รับเงินเดือน นอกจากได้ที่พักอาศัย อาหารการกิน และเงินติดตัวบ้างเท่านั้น ญาตินี้จะไม่อยู่ในอังกฤษเกินกว่า 6 เดือน.<br />
ญาติมีสิทธิอุทธรณ์หากถูกปฏิเสธวีซ่า</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/childminder</p>
<p>3B.9.15	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทเพื่อสัมภาษณ์เข้าทำงาน (Persons coming for job interviews)<br />
เจ้าหน้าที่พิจารณาคำร้องขอวีซ่าต้องมั่นใจว่าผู้ขอวีซ่าจะกลับมาประเทศไทยเพื่อขอวีซ่าใหม่ในประเภทที่ถูกต้อง หากได้งานที่ขอวีซ่าไปสัมภาษณ์นี้</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/jobinterview</p>
<p>3B.9.16	วีซ่าท่องเที่ยวประเภทพยานปากสำคัญในศาล (Witnesses attending trials in the UK)<br />
ผู้ขอวีซ่าต้องแสดงหลักฐานจากทนายในอังกฤษว่าการไปปรากฎตัวในศาลของผู้ขอฯ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับฝ่ายอัยการ หรือฝ่ายจำเลยในคดี</p>
<p>http://www.ukvisas.gov.uk/en/ecg/visitandtransit/witnessesattendingtrialsinUK#10579996</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2009/12/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฎหมายเข้าเมืองฉบับปรับปรุงใหม่ (Borders, Citizenship and Immigration Act 2009) เฉพาะข้อเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวกับการขอพำนักถาวร และการขอสัญชาติอังกฤษ</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2009/10/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2009/10/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2009 13:26:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=655</guid>
		<description><![CDATA[กฎหมายเข้าเมืองฉบับปรับปรุงใหม่ (Borders, Citizenship and Immigration Act 2009) เฉพาะข้อเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวกับการขอพำนักถาวร และการขอสัญชาติอังกฤษhttp://www.opsi.gov.uk/acts/acts2009/ukpga_20090011_en_5#pt2-pb1-l1g41 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2009 กฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงการขอพำนักถาวร และการขอสัญชาติตามระบบใหม่ได้ผ่านการอนุมัติของสภาผู้แทน ฯ (Parliament) และได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว (Royal assent) โดยบางส่วนจะเริ่มบังคับใช้ทันที บางส่วนจะเริ่มปลายปี 2009 และบางส่วนยังไม่มีกำหนดแน่นอน ข้อดีสำหรับคนไทยในระหว่างการเปลี่ยนกฎหมาย (Transitional arrangement) แม้กฎหมายใหม่นี้จะได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้ออกกฎหมายลูกซึ่งจำเป็นสำหรับการระบุรายละเอียดข้อบังคับปลีกย่อยต่างๆ อีกมาก ดังนั้นโฮมออฟฟิสประกาศไว้ในสภา ฯ ว่า จะยังไม่มีบังคับใช้ข้อกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการขอพำนักถาวร (Permanent resident) และการขอสัญชาติ จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2011 คืออีก 2 ปีข้างหน้า และเมื่อเริ่มบังคับใช้ตามกำหนดดังกล่าว บุคคลต่อไปนี้ คือ 1. ผู้ที่ได้รับวีซ่าถาวรแล้ว และ 2. ผู้ที่ได้ยื่นใบสมัครขอวีซ่าถาวรก่อนเดือนกรกฎาคม 2011 แต่โฮมออฟฟิสยังไม่ได้พิจารณาใบสมัครนั้น ก็ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายเก่าต่ออีก 2 ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กฎหมายเข้าเมืองฉบับปรับปรุงใหม่ (Borders, Citizenship and Immigration Act 2009) เฉพาะข้อเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวกับการขอพำนักถาวร และการขอสัญชาติอังกฤษhttp://www.opsi.gov.uk/acts/acts2009/ukpga_20090011_en_5#pt2-pb1-l1g41</p>
<p>เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2009 กฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงการขอพำนักถาวร และการขอสัญชาติตามระบบใหม่ได้ผ่านการอนุมัติของสภาผู้แทน ฯ (Parliament) และได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว (Royal assent) โดยบางส่วนจะเริ่มบังคับใช้ทันที บางส่วนจะเริ่มปลายปี 2009 และบางส่วนยังไม่มีกำหนดแน่นอน</p>
<p>ข้อดีสำหรับคนไทยในระหว่างการเปลี่ยนกฎหมาย (Transitional arrangement)</p>
<p>แม้กฎหมายใหม่นี้จะได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้ออกกฎหมายลูกซึ่งจำเป็นสำหรับการระบุรายละเอียดข้อบังคับปลีกย่อยต่างๆ อีกมาก ดังนั้นโฮมออฟฟิสประกาศไว้ในสภา ฯ ว่า จะยังไม่มีบังคับใช้ข้อกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการขอพำนักถาวร (Permanent resident) และการขอสัญชาติ จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2011 คืออีก 2 ปีข้างหน้า และเมื่อเริ่มบังคับใช้ตามกำหนดดังกล่าว บุคคลต่อไปนี้ คือ<br />
1.	ผู้ที่ได้รับวีซ่าถาวรแล้ว และ<br />
2.	ผู้ที่ได้ยื่นใบสมัครขอวีซ่าถาวรก่อนเดือนกรกฎาคม 2011 แต่โฮมออฟฟิสยังไม่ได้พิจารณาใบสมัครนั้น</p>
<p>ก็ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายเก่าต่ออีก 2 ปี หมายความว่า เมื่อบุคคลเหล่านี้สมัครขอสัญชาติ ใบสมัครของเขาจะได้รับการพิจารณาภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมายเก่า อีกเป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงเดือนกรกฎาคม 2013 ดังนั้นชาวไทยที่ต้องการพำนักอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ควรรีบเรียนและสอบภาษาอังกฤษให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะทำการสมัครขอวีซ่าถาวรและสัญชาติภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมายเก่า ซึ่งง่ายและเร็วกว่าของกฎหมายใหม่</p>
<p>ผลกระทบสำหรับคนไทยภายใต้กฎหมายใหม่</p>
<p>ภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมายใหม่ การได้รับสิทธิพำนักถาวรหรือสัญชาติ จะยากขึ้นและการสมัครจะใช้เวลานานขึ้น เพราะจะมีขั้นตอนคือการเป็นพลเมืองทดลอง เพิ่มเติมขึ้นมาจากกฎหมายเดิม ดูรายละเอียดใน ตารางแสดงระบบการขอสัญชาติและพำนักถาวรภายใต้กฎหมายใหม่</p>
<p>ผู้ที่มีสิทธิขออนุญาตเป็นพลเมืองทดลอง<br />
ผู้ที่มีสิทธิขออนุญาตเป็นพลเมืองทดลอง เพื่อก้าวต่อไปเป็นพลเมืองเต็มขั้น หรือพำนักถาวรได้ คือบุคคลเหล่านี้เท่านั้น<br />
•	คนเข้าเมืองด้านเศรษฐกิจ คือผู้ที่เข้ามาทำงานภายใต้ระบบให้คะแนนระดับที่ 1 และระดับที่ 2 และผู้ติดตาม<br />
•	คนเข้าเมืองด้านครอบครัว เช่นคู่สมรส และผู้ติดตาม<br />
•	ผู้ลี้ภัย (refugees)</p>
<p>ผู้สมัครขอเป็นพลเมืองทดลองจะต้องมีวีซ่าประเภทที่อนุญาตให้มีสิทธิขอสัญชาติหรือขอพำนักถาวรได้ตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้ (Qualifying status) โดยไม่มีการเปลี่ยนประเภทของสิทธินั้นๆ เช่น เดิมมีสิทธิจากวีซ่าภายใต้ระบบให้คะแนน จะเปลี่ยนมาใช้สิทธิจากวีซ่าประเภทครอบครัวไม่ได้ (แต่เปลี่ยนงานในระดับที่ 1 เป็นระดับที่ 2ได้)</p>
<p>ผู้ที่ไม่มีสิทธิขออนุญาตเป็นพลเมืองทดลอง<br />
•	นักเรียนนักศึกษา และผู้ติดตาม<br />
•	ผู้ที่มาทำงานชั่วคราวในระดับที่ 5 และผู้ติดตาม<br />
•	นักท่องเที่ยว</p>
<p>แต่หากนักเรียนนักศึกษาจะเปลี่ยนวีซ่ามาเป็นระดับที่ 1 หรือ 2 ก็จะต้องเริ่มนับกำหนดระยะเวลาใหม่สำหรับการขอเป็นพลเมืองทดลอง</p>
<p>กฎข้อบังคับอื่น ๆ<br />
1.	ผู้ที่ได้วีซ่าทำงานในระดับที่ 1-2 ภายใต้ระบบให้คะแนน จะต้องทำงานตลอดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ในขอเป็นพลเมืองทดลอง หรือการขอสัญชาติ</p>
<p>2.	ผู้ที่ได้วีซ่าประเภทสมาชิกในครอบครัว จะต้องได้รับการรับรองจากผู้รับรองคนเดียวกัน ทั้ง 2 ขั้นตอน คือ เมื่อขอเป็นพลเมืองทดลอง และเมื่อขอสัญชาติ ยกเว้นผู้ได้วีซ่าประเภทหม้ายของชาวอังกฤษ (Bereavement) หรือประเภทเป็นเหยื่อต่อความรุนแรงในครอบครัว (domestic violence)</p>
<p>3.	ในการขอสัญชาติ กฎข้อบังคับเรื่องกำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่นอกสหราชอาณาจักรได้ จะไม่มีการถัวเฉลี่ยอีกต่อไป โดยจะอนุญาตให้อยู่นอกประเทศได้ปีละไม่เกิน 90 วัน จากเดิมซึ่งอนุญาตไว้ 450 วันภายใน 5 ปี</p>
<p>4.	ระยะเวลาในการเป็นพลเมืองทดลองคือ 1-3 ปีสำหรับผู้ที่จะขอสัญชาติ และ 3-8 ปีสำหรับผู้ที่จะขอพำนักถาวร โดยระยะเวลาจะสั้นหรือยาว ขึ้นอยู่กับการทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณะประโยชน์ เช่นการทำงานเป็นอาสาสมัครให้องค์กรการกุศล เป็นต้น (แต่ยังไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้)</p>
<p>5.	ผู้ที่เป็นพลเมืองทดลอง จะยังไม่มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือใด ๆ ของรัฐ</p>
<p>6.	เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2009 โฮมออฟฟิสประกาศว่าจะให้มีการสอบภาษาอังกฤษ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อตอนคนเข้าเมืองสมัครขอเป็นพลเมืองทดลอง โดยข้อสอบจะเน้นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนครั้งที่สองเมื่อตอนสมัครขอสัญชาติ ข้อสอบจะยากขึ้น และมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเมือง http://www.bia.homeoffice.gov.uk/sitecontent/newsarticles/2009/august/pbs-for-citizenship</p>
<p>จะยกเลิกการให้วีซ่าถาวรสำหรับผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรมาเป็นเวลานาน</p>
<p> ถึงแม้จะยังไม่มีการระบุไว้ในกฎหมายใหม่ แต่รัฐบาลก็มีดำริจะยกเลิกการให้วีซ่าถาวรสำหรับผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรมาเป็นเวลานาน (Indefinite Leave based on Long Residence) ไม่ว่าจะเป็นประเภท 10 ปี หรือ 14 ปี ดังนั้นผู้ที่ใกล้จะครบกำหนด ควรจะรีบเรียนและสอบภาษาอังกฤษให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะขอวีซ่าถาวรให้ได้ก่อนที่โฮมออฟฟิสจะเปลี่ยนกฎหมายในเรื่องนี้</p>
<p>หมายเหตุคำแปล</p>
<p>ในบทนี้ผู้เขียนใช้คำว่า วีซ่าถาวร สำหรับ คำภาษาอังกฤษที่โฮมออฟฟิสใช้ คือ Indefinite leave to remain แต่ภายใต้กฎหมายใหม่ โฮมออฟฟิสไม่ใช้ คำว่า indefinite leave to remain อีกต่อไป แต่ใช้คำว่า permanent residence ซึ่งผู้เขียนแปลว่า การพำนักถาวร ผู้เขียนเข้าใจว่าไม่มีหรือมีความแตกต่างน้อยมากระหว่างสองคำนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2009/10/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำแนะนำเรื่อง การขอรับคำปรึกษา หรือ ถามคำถามเกี่ยวกับกฎหมายผ่านทางชมรมเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2009 21:51:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=647</guid>
		<description><![CDATA[คำแนะนำเรื่อง “การขอรับคำปรึกษา และ/หรือ ถามคำถามเกี่ยวกับกฎหมายผ่านทางชมรมเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร 1. หากท่านฝากคำถามผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiwomensorganisation.com โปรดตรวจสอบว่าอีเมลของท่านถูกต้องแน่นอนแล้วหรือไม่ บางกรณีทางชมรม ฯ ส่งคำตอบไปแล้ว อีเมลจะถูกตีกลับ โดยท่านอาจคิดว่าทางชมรม ฯ เพิกเฉยต่อคำถามของท่าน 2. ขอให้ชี้แจ้งข้อมูลส่วนตัวของท่าน ในกรณีที่ต้องการถามเรื่องเกี่ยวกับวีซ่าประเภทต่าง ๆ พร้อมสแกน หรือถ่ายภาพหน้าวีซ่า และหน้าที่บันทึกการเดินทางเข้า-ออกประเทศของท่านแนบมาพร้อมกับคำถาม การลอกข้อมูลมาไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ทางชมรมฯต้องขอปฏิเสธในการ ตอบคำถามของท่าน เพราะประเภทของวีซ่าที่ท่านได้มาสำคัญที่สุด คำตอบจะถูกต้อง หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของวีซ่าเป็นสำคัญ 3. ท่านไม่จำเป็นต้องเกริ่นนำว่าเป็นคำถามของใครหรืออารัมภบทเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำถาม โปรดให้ข้อมูลที่เป็นความจริงที่สั้น และกระชับได้ใจความ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการพิจารณาและตอบคำถามเท่านั้น 4. โปรดเรียบเรียงคำถามของท่าน และระบุคำถามของท่านเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน เพื่อทางชมรม ฯ จะสามารถตอบคำถามของท่านได้ตรงประเด็น 5. หากท่านไม่ถนัดในการใช้ภาษาอังกฤษ อย่าส่งคำถามของท่านมาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะจะทำให้การข้อมูลและคำถามผิด ในขณะเดียวกัน ทางชมรมฯ จะตอบคำถามของท่านกลับไปเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน โปรดส่งคำถามของท่านมาเป็นภาษาไทย เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านไม่มีโปรแกรมภาษาไทย ท่านสามารถตั้งค่าภาษาไทยในคอมพิวเตอร์ของท่านได้ด้วยตนเอง โดยศึกษารายละเอียดและขั้นตอนการตั้งค่าภาษาไทยได้ที่ www.thaiwomensorganisation.com)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คำแนะนำเรื่อง “การขอรับคำปรึกษา และ/หรือ ถามคำถามเกี่ยวกับกฎหมายผ่านทางชมรมเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร</p>
<p>1.	หากท่านฝากคำถามผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiwomensorganisation.com โปรดตรวจสอบว่าอีเมลของท่านถูกต้องแน่นอนแล้วหรือไม่ บางกรณีทางชมรม ฯ ส่งคำตอบไปแล้ว อีเมลจะถูกตีกลับ โดยท่านอาจคิดว่าทางชมรม ฯ เพิกเฉยต่อคำถามของท่าน</p>
<p>2.	ขอให้ชี้แจ้งข้อมูลส่วนตัวของท่าน ในกรณีที่ต้องการถามเรื่องเกี่ยวกับวีซ่าประเภทต่าง ๆ พร้อมสแกน หรือถ่ายภาพหน้าวีซ่า และหน้าที่บันทึกการเดินทางเข้า-ออกประเทศของท่านแนบมาพร้อมกับคำถาม</p>
<p>       การลอกข้อมูลมาไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ทางชมรมฯต้องขอปฏิเสธในการ<br />
       ตอบคำถามของท่าน เพราะประเภทของวีซ่าที่ท่านได้มาสำคัญที่สุด คำตอบจะถูกต้อง<br />
       หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของวีซ่าเป็นสำคัญ</p>
<p>3.	ท่านไม่จำเป็นต้องเกริ่นนำว่าเป็นคำถามของใครหรืออารัมภบทเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำถาม โปรดให้ข้อมูลที่เป็นความจริงที่สั้น และกระชับได้ใจความ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการพิจารณาและตอบคำถามเท่านั้น</p>
<p>4.	โปรดเรียบเรียงคำถามของท่าน และระบุคำถามของท่านเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน เพื่อทางชมรม ฯ จะสามารถตอบคำถามของท่านได้ตรงประเด็น</p>
<p>5.	หากท่านไม่ถนัดในการใช้ภาษาอังกฤษ อย่าส่งคำถามของท่านมาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะจะทำให้การข้อมูลและคำถามผิด  ในขณะเดียวกัน ทางชมรมฯ จะตอบคำถามของท่านกลับไปเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน  โปรดส่งคำถามของท่านมาเป็นภาษาไทย เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านไม่มีโปรแกรมภาษาไทย ท่านสามารถตั้งค่าภาษาไทยในคอมพิวเตอร์ของท่านได้ด้วยตนเอง โดยศึกษารายละเอียดและขั้นตอนการตั้งค่าภาษาไทยได้ที่ www.thaiwomensorganisation.com)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลสำหรับ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน ประเภทนักศึกษา (Tier 4 points based system: students)</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-4-%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-4-%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2009 09:46:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=641</guid>
		<description><![CDATA[3E.48 ข้อมูลสำหรับ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน ประเภทนักศึกษา (Tier 4 points based system: students) 3E.48.1 การขอวีซ่าเพื่อเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป (Applying to come to the UK as a general student) 3E.48.2 กำหนดการ และรายละเอียดของกฎหมายใหม่แบ่งได้เป็น 4 ระยะ 3E.48.2.1 การขออนุญาตเป็นผู้รับรอง 3E.48.2.2 การดำเนินการ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน 3E.48.2.3 การทดลองและดำเนินการใช้ระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS) 3E.48.2.4 การดำเนินงานใช้ระบบบริหารของผู้รับรองอย่างเต็มรูปแบบ (Sponsorship management system: SMS) 3E.48.3 คุณสมบัติที่จำเป็นของนักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักร (Eligibility for general students coming [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>3E.48	 ข้อมูลสำหรับ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน ประเภทนักศึกษา (Tier 4 points based system: students)</p>
<p>3E.48.1	การขอวีซ่าเพื่อเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป (Applying to come to the UK as a general student)</p>
<p>3E.48.2	กำหนดการ และรายละเอียดของกฎหมายใหม่แบ่งได้เป็น 4 ระยะ<br />
3E.48.2.1	การขออนุญาตเป็นผู้รับรอง<br />
3E.48.2.2	การดำเนินการ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน<br />
3E.48.2.3	การทดลองและดำเนินการใช้ระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS)<br />
3E.48.2.4	การดำเนินงานใช้ระบบบริหารของผู้รับรองอย่างเต็มรูปแบบ (Sponsorship management system: SMS)</p>
<p>3E.48.3	คุณสมบัติที่จำเป็นของนักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักร (Eligibility for general students coming to the UK)<br />
3E.48.3.1	จะขอวีซ่าได้นานเท่าไร<br />
3E.48.3.2	การเปลี่ยนผู้รับรอง<br />
3E.48.3.3	หลักสูตรระดับใดที่มีสิทธิออกจดหมายรับรองวีซ่าให้นักศึกษาได้ (What are the acceptable levels of courses that a general student can get a visa letter for?)<br />
3E.48.4	นักศึกษาทั่วไปเข้าศึกษาหลักสูตรอะไรได้บ้าง (What type of study can a general student do?)<br />
3E.48.4.1	หลักสูตรภาษาอังกฤษ<br />
3E.48.4.2	หลักสูตรระดับอุดมศึกษา<br />
3E.48.4.3	การฝึกงาน (Work-placements)<br />
3E.48.4.4	หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนภาคปกติ (Pre-sessional courses)</p>
<p>3E.48.5	การขอวีซ่าเพื่อเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป   (Applying to come to the UK as a general student)<br />
3E.48.5.1	เอกสารจำเป็นสำหรับการขอวีซ่า<br />
3E.48.5.2	จดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิส<br />
3E.48.5.3	จำนวนเงินที่จำเป็นต้องแสดงสำหรับการขอวีซ่านักเรียนภายใต้ระบบให้คะแนน (Tier 4) คือ<br />
3E.48.5.4	จำนวนเงินที่จำเป็นต้องแสดงสำหรับการขอต่อวีซ่านักเรียน<br />
3E.48.5.5	เงินค่าเลี้ยงชีพ<br />
3E.48.5.6	หลักฐานแสดงเงินค่าเลี้ยงชีพ</p>
<p>3E.48.6	การขอต่อวีซ่าเมื่อนักศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักรแล้ว (How to apply if you are already in the UK)</p>
<p>3E.48.7	การขอวีซ่าจากภายนอกสหราชอาณาจักร (How to apply if you are outside the UK)</p>
<p>3E.48	 ข้อมูลสำหรับ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน ประเภทนักศึกษา (Tier 4 points based system: students)</p>
<p>หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเข้าเมืองใหม่สำหรับผู้ที่เข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักรแล้ว โฮมออฟฟิส ก็กำลังทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเข้าเมืองใหม่สำหรับนักเรียนด้วยเหมือนกัน</p>
<p>3E.48.1	การขอวีซ่าเพื่อเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป   (Applying to come to the UK as a general student)</p>
<p>หลักใหญ่ ๆ คือ นักเรียนที่ต้องการศึกษาในสหราชอาณาจักร<br />
•	ต้องได้รับใบรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิส และ<br />
•	ต้องมีการพิมพ์ลายมือเมื่อขอวีซ่า</p>
<p>ส่วนสถาบันการศึกษาที่ต้องการรับนักเรียนต่างชาติ ก็มีหน้าที่<br />
•	ต้องทำการติดตามข้อมูลของนักเรียนและ<br />
•	ต้องแจ้งให้โฮมออฟฟิสทราบหากนักเรียนผู้ใดไม่มาลงทะเบียนเข้าเรียน หรือขาดเรียนเกิน 10 ครั้ง</p>
<p>3E.48.2	กำหนดการ และรายละเอียดของกฎหมายใหม่แบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้</p>
<p>3E.48.2.1	การขออนุญาตเป็นผู้รับรอง<br />
	ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2008  สถาบันการศึกษาสามารถสมัครขออนุญาตเป็นผู้รับรองได้จากโฮมออฟฟิส (Licensed sponsor) และหากสมัครก่อนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009 ก็จะได้รับการพิจารณาก่อนที่ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน จะเริ่มใช้บังคับคือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป ในการพิจารณาใบสมัครจากสถาบันการศึกษาเหล่านี้ โฮมออฟฟิสจะทำการเยี่ยมเยียนตรวจสอบสถาบันการศึกษาที่คิดว่าจะเป็นการเสี่ยงหากออกใบอนุญาตให้เป็นผู้รับรอง บัญชีรายชื่อของสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้รับรองจากโฮมออฟฟสแล้ว หาได้ที่ http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/sitecontent/documents/employersandsponsors/pointsbasedsystem/registerofsponsorseducation</p>
<p>3E.48.2.2	การดำเนินการ ระดับที่ 4 ภายใต้ระบบให้คะแนน<br />
	ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป นักเรียนที่ต้องการศึกษาในสหราชอาณาจักรจะต้องสมัครภายใต้ระบบให้คะแนน คือ<br />
•	นักเรียนผู้ใหญ่ จะรับอนุญาตให้เข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักรได้ต่อเมื่อมีหลักฐานประวัติการเรียนที่เป็นแนวทางมาก่อนแล้ว (track record) และ<br />
•	จะต้องเข้าเรียนในหลักสูตรซึ่งเทียบเท่าหรือสูงกว่า ระดับที่ 3 ของ  National Qualification Framework (NQF)  หรือสำหรับผู้ที่มาเรียนภาษาอังกฤษ ต้องเข้าเรียนในหลักสูตรเท่ากับระดับ A 2 European Common Framework of Reference for Language</p>
<p>ดังนั้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป โฮมออฟฟิสจะปฏิเสธการขอวีซ่า หรือการขอต่อวีซ่าของนักเรียนนักศึกษาผู้ไม่มีใบรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิสแล้ว และชื่อของสถาบันการศึกษาเหล่านั้นปรากฎอยู่ในบัญชีผู้รับรองของโฮมออฟฟิสด้วย (Sponsor Register)</p>
<p>3E.48.2.3	การทดลองและดำเนินการใช้ระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS)<br />
	เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป นักเรียนที่ต้องการศึกษาในสหราชอาณาจักรจะต้องแสดงว่า<br />
o	มีทรัพย์สินเพียงพอสำหรับค่าเลี้ยงชีพในสหราชอาณาจักร และ<br />
o	มีหลักฐานการศึกษาที่เคยยื่นต่อสถาบันการศึกษาผู้ออกใบรับรองนั้น เช่นหลักฐานแสดงคุณวุฒิต่าง ๆ เป็นต้น และ</p>
<p>ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป สถาบันการศึกษาจะต้องมั่นใจว่านักเรียนที่ได้รับการรับรองนั้น จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของวีซ่าที่จะได้รับ และ</p>
<p>สถาบันการศึกษาจะต้องทำหน้าที่เก็บรักษาประวัติของนักเรียนโดยการเก็บ สำเนาหนังสือเดินทาง และปรับปรุงรายละเอียดส่วนตัว เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น ให้เป็นปัจจุบันเสมอ</p>
<p>นอกจากนี้ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2009 เป็นต้นไป โฮมออฟฟิสจะทำการทดลองระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS) ซึ่งจะทำให้สถาบันการศึกษาสามารถออกใบรับรองหรือที่เรียกว่า คำยืนยันตอบรับการสอน ให้นักศึกษา (confirmations of acceptance for studies: CAS) และทำหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบหรือรายงานข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนให้กับโฮมออฟฟิสได้โดยทางอิเล็กทรอนิก</p>
<p>ก่อนที่ระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS) จะเริ่มบังคับใช้ สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องตอบรับนักเรียนเป็นจดหมาย โดยต้องมีรายละเอียด เช่น ชื่อหลักสูตร ระยะเวลาของหลักสูตร หมายเลขประจำตัวของผู้รับรอง ส่วนการรายงานเรื่องนักเรียนไม่ได้มาลงทะเบียนเข้าเรียน หรือขาดเรียน ยังไม่จำเป็นต้องแจ้งจนกว่าระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS) จะเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2009 เป็นต้นไป</p>
<p>	ภายหลังเดือนกันยายน 2009 จะมีการเปลี่ยนแปลงอีก 2 ครั้ง<br />
•	ผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรแล้ว และต้องการเปลี่ยนจากระดับอื่น ภายใต้ระบบให้คะแนน ที่สามารถเปลี่ยนเป็นระดับที่ 4 ประเภทนักเรียนได้ จะต้องได้รับคำยืนยันตอบรับการสอน (CAS)  จากสถาบันการศึกษาภายใต้ระบบบริหารของผู้รับรอง (Sponsorship management system: SMS) เพื่อที่จะขอเปลี่ยนวีซ่า<br />
•	ผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรแล้ว และมีวีซ่าเดิมเป็นนักเรียนและต้องการต่อวีซ่า จะต้องได้รับคำยืนยันตอบรับการสอน (CAS)  จากสถาบันการศึกษา ภายใต้ระบบบริหารของผู้รับรอง เพื่อที่จะทำการขอต่อวีซ่า</p>
<p>3E.48.2.4	การดำเนินงานใช้ระบบบริหารของผู้รับรองอย่างเต็มรูปแบบ (Sponsorship management system: SMS)<br />
	เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2010 เป็นต้นไป นักเรียนทุกคนที่อยู่ในสหราชอาณาจักร หรืออยู่นอกสหราชอาณาจักร  จะต้องได้รับคำยืนยันตอบรับการสอน (CAS) จากสถาบันการศึกษา ภายใต้ระบบบริหารของผู้รับรอง เพื่อที่จะขอวีซ่า หรือ ขอต่อวีซ่า</p>
<p>3E.48.3	คุณสมบัติที่จำเป็นของนักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักร (Eligibility for general students coming to the UK)<br />
ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป คือไม่ใช่เป็นนักเรียนอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรแล้วและต้องการต่อวีซ่านักศึกษา จะต้องผ่านการประเมินโดยระบบให้คะแนน และจะต้องได้คะแนนทั้งสิ้น 40 คะแนนตามหลักเกณฑ์ดังนี้<br />
•	30 คะแนนสำหรับจดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิสให้เป็นผู้รับรอง และ<br />
•	10 คะแนนสำหรับหลักฐานแสดงว่ามีเงินพอเพียงสำหรับค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพที่จำเป็น (ค่าเลี้ยงชีพ) และ<br />
ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2009 เป็นต้นไป ระบบไอทีที่เกี่ยวกับการรับรองนักศึกษาของสถาบันการศึกษาจะเริ่มมีการบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้ไม่มีใช้จดหมายรับรองวีซ่า อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็น คำยืนยันการตอบรับให้เข้าเรียน (Confirmations of Acceptance of Studies: CAS) ซึ่งมีข้อมูลเหมือนกันกับจดหมายรับรองวีซ่า ฯ แทน</p>
<p>หากนักศึกษาต้องการเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักรในระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือน ก็สามารถขอวีซ่าได้ในฐานะ นักศึกษาหลักสูตรสั้น ๆ (Student visitor)</p>
<p>3E.48.3.1	จะขอวีซ่าได้นานเท่าไร<br />
ถ้านักศึกษาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาหรือสูงกว่า จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักรตลอดระยะเวลาของหลักสูตร แต่ไม่เกิน 4 ปี หากหลักสูตรนั้นมีระยะเวลานานกว่า 4 ปี นักศึกษาจำเป็นต้องขอต่อวีซ่ากับโฮมออฟฟิสอีกครั้ง</p>
<p>ถ้านักศึกษาเรียนในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา ก็จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 3 ปี</p>
<p>เมื่อวีซ่าหมดอายุ นักศึกษาจะได้รับเวลาเพิ่มเติมสำหรับการเก็บเข้าของ และจัดการกับธุระส่วนตัวเพื่อที่จะออกไปจากสหราชอาณาจักร หรือนักศึกษาจะต้องขอต่อวีซ่า  หรือขอเปลี่ยนวีซ่าไปเป็นประเภทอื่นที่จะเปลี่ยนได้</p>
<p>3E.48.3.2	การเปลี่ยนผู้รับรอง<br />
ถ้านักศึกษาต้องการจะศึกษากับสถาบันฯ (ผู้รับรอง) อื่นที่ไม่ใช่สถาบันซึ่งเป็นผู้รับรองวีซ่าให้ในครั้งแรก ไม่ว่าจะก่อนเดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักร หรือเมื่อเดินทางเข้ามาแล้วก็ตาม นักศึกษาจำเป็นต้องขอจดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาใหม่ และยื่นใบสมัครขอวีซ่าใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักศึกษาจะต้องมั่นใจว่าจะศึกษากับสถาบัน ฯ ใดก่อนที่จะทำการขอวีซ่า</p>
<p>หากนักศึกษายังไม่แน่ใจว่าจะศึกษากับสถาบัน ฯ ใด ก็อาจจะขอวีซ่าในฐานะผู้มาเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา (Prospective student) ก่อนได้ และขอเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนทั่วไป เมื่อเข้ามาในสหราชอาณาจักร และตัดสินใจได้แล้ว<br />
3E.48.3.3	หลักสูตรระดับใดที่มีสิทธิออกจดหมายรับรองวีซ่าให้นักศึกษาได้ (What are the acceptable levels of courses that a general student can get a visa letter for?)<br />
•	หลักสูตรในระดับที่ 3 หรือสูงกว่าของ National Qualifications framework (NQF) หรือหลักสูตรในระดับเดียวกัน หรือ<br />
•	หลักสูตรภาษาอังกฤษในระดับ เอสอง ของ The Common European Framework of Reference for Languages หรือ<br />
•	หลักสูตรระยะสั้นในต่างประเทศ (Short term abroad programmes) ของสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ ในกรณีที่การศึกษาในสหราชอาณาจักรเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนั้น และประกาศนียบัตรที่จะได้รับเมื่อจบหลักสูตรได้รับการรับรองจาก UK NARIC ว่าอยู่ในระดับเทียบเท่าอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร<br />
•	หลักสูตรที่ได้รับการตรวจสอบจากองค์กรที่โฮมออฟฟิสรับรองแล้ว (Approved accreditation bodies) ว่าอยู่ในระดับที่ 3 หรือสูงกว่าของ National Qualifications framework (NQF) (ในบางกรณีเท่านั้น)</p>
<p>3E.48.4	นักศึกษาทั่วไปเข้าศึกษาหลักสูตรอะไรได้บ้าง (What type of study can a general student do?)<br />
นักศึกษาต้องศึกษาเต็มเวลาใน<br />
•	ระดับอุดมศึกษาหรือสูงกว่า ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ<br />
•	หลักสูตรต่างประเทศระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่ได้มีการรับรองว่าเทียบเท่ากับขั้นอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักร หรือ<br />
•	หลักสูตรระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร  แต่ต้องไม่ต่ำกว่าระดับที่ 3 หรือเทียบเท่า ภายใต้ National Qualifications framework (NQF)และมีการสอนเป็นทางการในเวลากลางวัน (ระหว่าง 0800-1800 น วันจันทร์ถึงวันศุกร์) อย่างน้อยสัปดาห์ละ 15 ชั่วโมง หรือ<br />
•	หลักสูตรซึ่งไม่ต่ำกว่าระดับที่ 3 หรือเทียบเท่า ภายใต้ National Qualifications framework (NQF) หรือหลักสูตรของสถาบันต่างประเทศ ซึ่งเทียบเท่าระดับอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีการฝึกงาน (work-placement) ไม่เกินร้อยละ 50 ของหลักสูตรทั้งหมด</p>
<p>3E.48.4.1	หลักสูตรภาษาอังกฤษ<br />
นักศึกษาสามารถสมัครเรียนและยื่นจดหมายรับรองวีซ่าจากสถาบัน ฯ เพื่อขอวีซ่าเข้าเรียนในหลักสูตรระดับต่ำกว่าที่กำหนดได้ หากหลักสูตรนั้นเป็นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเท่านั้น และจะต้องเป็นหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษในระดับ เอสองภายใต้ The Common European Framework of Reference for Languages เป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้เมื่อจบหลักสูตรจะต้องมีการสอบบเพื่อให้ได้รับการรับรองในระดับนี้หรือสูงกว่า</p>
<p>3E.48.4.2	หลักสูตรระดับอุดมศึกษา<br />
	นักศึกษาสามารถสมัครเรียนและยื่นจดหมายรับรองวีซ่าจากสถาบัน ฯ เพื่อขอวีซ่าเข้าเรียนในหลักสูตรระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างประเทศ หากการศึกษาในสหราชอาณาจักรเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของสถาบัน ฯ นั้น และประกาศนียบัตรซึ่งนักศึกษาจะได้รับเมื่อจบจากหลักสูตรได้รับการรับรองจาก UK NARIC ว่าอยู่ในระดับเทียบเท่าอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร</p>
<p>3E.48.4.3	การฝึกงาน (Work-placements<br />
	นักศึกษาอาจมีการฝึกงาน หากการฝึกงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร แต่การฝึกงานนั้นต้องมีระยะเวลาไม่เกินร้อยละ 50 ของระยะเวลาทั้งหมดของหลักสูตร ยกตัวอย่างเช่น หลักสูตรประเภท 4 ปีซึ่งมีการฝึกงานรวมอยู่ในนั้น 1 ปี เป็นต้น</p>
<p>3E.48.4.4	หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนภาคปกติ (Pre-sessional courses)<br />
หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนภาคปกติ เป็นหลักสูตรจำพวก<br />
•	สอนภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด หรือ<br />
•	ปูพื้นฐานนักศึกษาให้พร้อมสำหรับการเรียนภาคปกติ<br />
	ในการที่จะได้รับวีซ่าเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรเตรียมความพร้อม ฯ นักศึกษาจะต้องผ่านการประเมินโดยระบบให้คะแนน และจะต้องได้คะแนนทั้งสิ้น 40 คะแนน เช่นเดียวกับการขอวีซ่าเข้าเรียนในภาคปกติ คือ<br />
•	30 คะแนนสำหรับจดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิสให้เป็นผู้รับรอง และ<br />
•	10 คะแนนสำหรับหลักฐานแสดงว่ามีเงินพอเพียงสำหรับค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพที่จำเป็น (ค่าเลี้ยงชีพ)</p>
<p>	หากสถาบัน ฯ ตอบรับให้นักศึกษาเข้าเรียน อย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional offer) นักศึกษาจะได้รับวีซ่าครอบคลุมระยะเวลาเรียนของทั้งสองหลักสูตร หากการเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อม ฯ นั้น<br />
•	เรียนกับสถาบันการศึกษาเดียวกันกับภาคปกติ หรือ<br />
•	เรียนกับสถาบันการศึกษาในเครือและมีชื่อรวมอยู่ในใบอนุญาตเดียวกันกับของสถาบันการศึกษาหลัก (ภาคปกติ)</p>
<p>	แต่หากสถาบัน ฯ ตอบรับให้นักศึกษาเข้าเรียนอย่างมีเงื่อนไข (Conditional offer) นักศึกษาจำเป็นต้องขอวีซ่าสำหรับเข้ามาเรียนในหลักสูตรเตรียมความพร้อม ฯ อย่างเดียวก่อน และเมื่อสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนั้นแล้ว ก็อาจขอต่อวีซ่าเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรภาคปกติต่อเนื่องได้</p>
<p>3E.48.5	การขอวีซ่าเพื่อเดินทางมาศึกษาในสหราชอาณาจักรในฐานะนักศึกษาทั่วไป (Applying to come to the UK as a general student)</p>
<p>ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2009 เป็นต้นไป นักศึกษาทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักรจะต้องขอวีซ่าภายใต้ระบบให้คะแนน ไม่ว่าจะเดินทางเข้ามาศึกษาเป็นครั้งแรกหรือเป็นการต่อวีซ่าเพื่อศึกษาต่อ</p>
<p>3E.48.5.1	เอกสารจำเป็นสำหรับการขอวีซ่า<br />
•	จดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิสให้เป็นผู้รับรอง และ<br />
•	หลักฐานทางการเงินซึ่งแสดงว่ามีเงินพอเพียงสำหรับค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพที่จำเป็นระหว่างอยู่ในสหราชอาณาจักร (ค่าเลี้ยงชีพ)</p>
<p>3E.48.5.2	จดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากโฮมออฟฟิส</p>
<p>จดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) จากสถาบันการศึกษา ฯ ควรมีข้อมูลดังนี้</p>
<p>ประเภท	นักศึกษาทั่วไป<br />
นักศึกษา	•	ชื่อและนามสกุล ซึ่งต้องตรงกันกับชื่อในหนังสือเดินทาง<br />
•	สัญชาติ<br />
•	บ้านเลขที่ในประเทศไทย<br />
•	หมายเลขหนังสือเดินทาง<br />
ผู้รับรอง	•	หมายเลขใบอนุญาต<br />
•	ที่อยู่และรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ติดต่อ<br />
•	ชื่อและที่อยู่ของสถาบันการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง หากนักศึกษาจำเป็นจะต้องศึกษากับสถาบันฯ อื่นในหลักสูตรนั้นด้วย<br />
•	ชื่อและที่อยู่ของสถาบันระดับอุดมศึกษาต่างประเทศ หากการศึกษาในสหราชอาณาจักรเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของสถาบัน ฯ นั้น<br />
หลักสูตร	•	ชื่อหลักสูตร<br />
•	ระดับของหลักสูตร ประกาศนียบัตร หรือคุณวุฒิที่นักศึกษาจะได้รับเมื่อสำเร็จการศึกษา<br />
•	วันที่หลักสูตรเริ่มต้น<br />
•	วันที่หลักสูตรเสร็จสิ้น<br />
•	จำนวนชั่วโมงเรียนในแต่ละสัปดาห์<br />
•	สถานที่เรียนของนักศึกษา หากแตกต่างจากสถานที่หลักของผู้รับรอง<br />
•	สถานที่ฝึกงานของนักศึกษา หากมีการฝึกงาน<br />
การเงิน	•	จำนวนค่าเล่าเรียนในปีแรก<br />
•	จำนวนค่าเล่าเรียนที่จ่ายแล้ว<br />
•	จำนวนค่าที่พักอาศัยในปีแรก หากพักในสถานที่ของสถาบัน ฯ<br />
•	จำนวนค่าที่พักอาศัยที่จ่ายแล้ว หากพักในสถานที่สถาบัน ฯ<br />
หลักฐานการศึกษาที่นักศึกษายื่นต่อผู้รับรองเมื่อสมัครเข้าศึกษา<br />
	•	อธิบายประเภทของหลักฐานแต่ละชิ้นโดยย่อ<br />
•	ชื่อหลักสูตร<br />
•	ระดับคุณวุฒิที่นักศึกษาได้รับแล้ว<br />
•	ปีที่นักศึกษาสำเร็จการศึกษาและได้รับคุณวุฒินั้น<br />
•	ชื่อของสถาบันที่ออกคุณวุฒิ หรือหลักฐานที่นักศึกษาใช้แสดง รวมทั้งชื่อและรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ติดต่อ<br />
•	หลักฐานออกเมื่อไร<br />
•	ใบรับรองของ ATAS (Academic Technology Approval Scheme) หากจำเป็นสำหรับหลักสูตรที่นักศึกษากำลังสมัคร</p>
<p>นักศึกษาอาจมีจดหมายรับรองวีซ่า (Visa letter) หลายฉบับจากหลาย ๆ สถาบัน ฯ แต่มีสิทธิใช้จดหมายเหล่านั้นเพียงฉบับเดียวในการขอวีซ่า ดังนั้นก่อนที่จะยื่นขอวีซ่านักศึกษาต้องแน่ใจว่าจะเลือกไปศึกษาที่สถาบันใด</p>
<p>ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2009 เป็นต้นไป ระบบไอทีที่เกี่ยวกับการรับรองนักศึกษาของสถาบันการศึกษาจะเริ่มมีการบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้ไม่มีการใช้จดหมายรับรองวีซ่า อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็น คำยืนยันการตอบรับให้เข้าเรียน (Confirmations of Acceptance of Studies: CAS) ซึ่งมีข้อมูลเหมือนกันกับจดหมายรับรองวีซ่า แทน</p>
<p>3E.48.5.3	จำนวนเงินที่จำเป็นต้องแสดงสำหรับการขอวีซ่านักเรียนภายใต้ระบบให้คะแนน (Tier 4) คือ</p>
<p>ระยะเวลาของหลักสูตร	ที่ตั้งของสถาบันการศึกษา	จำนวนเงินที่ต้องแสดง<br />
9 เดือนหรือน้อยกว่า	ลอนดอน	ค่าเล่าเรียน และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 800 ปอนด์ต่อเดือน สำหรับทุก ๆ เดือนตามกำหนดระยะเวลาของหลักสูตร<br />
9 เดือนหรือน้อยกว่า	ภายนอกลอนดอนและสถานที่อื่นในสหราชอาณาจักร	ค่าเล่าเรียน และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 600 ปอนด์ต่อเดือน สำหรับทุก ๆ เดือนตามกำหนดระยะเวลาของหลักสูตร<br />
มากกว่า 9 เดือน	ลอนดอน	ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพสำหรับ 9 เดือน อีก 7,200 ปอนด์<br />
มากกว่า 9 เดือน	ภายนอกลอนดอนและสถานที่อื่นในสหราชอาณาจักร	ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพสำหรับ 9 เดือน อีก 5,400 ปอนด์</p>
<p>3E.48.5.4	จำนวนเงินที่จำเป็นต้องแสดงสำหรับการขอต่อวีซ่านักเรียน<br />
ในสหราชอาณาจักร หรือที่ประเทศไทย สำหรับนักเรียนที่เพิ่งเรียนจบหลักสูตร มาแล้วไม่นานกว่า 4 เดือน และหลักสูตรนั้นมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน</p>
<p>สำหรับผู้ที่สมัครขอต่อวีซ่าก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2009 ต้องยื่นหลักฐานแสดงว่ามีจำนวนเงินที่จำเป็น ในวันที่ยื่นใบสมัครเท่านั้น (Transitional arrangement) ส่วนผู้ที่ขอต่อวีซ่าหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม จะต้องแสดงว่ามีเงินจำนวนนี้ไม่น้อยกว่า 28 วันก่อนวันสมัคร ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/studyingintheuk/adult-students/money/what-money-do-i-need/</p>
<p>ระยะเวลาของหลักสูตร	ที่ตั้งของสถาบันการศึกษา	จำนวนเงินที่ต้องแสดง<br />
9 เดือนหรือน้อยกว่า	ลอนดอน	ค่าเล่าเรียน และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 800 ปอนด์ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน คือ 1,600 ปอนด์เท่านั้น<br />
9 เดือนหรือน้อยกว่า	ภายนอกลอนดอนและสถานที่อื่นในสหราชอาณาจักร	ค่าเล่าเรียน และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 600 ปอนด์ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน คือ 1,200 ปอนด์เท่านั้น<br />
มากกว่า 9 เดือน	ลอนดอน	ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 800 ปอนด์ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน คือ 1,600 ปอนด์เท่านั้น<br />
มากกว่า 9 เดือน	ภายนอกลอนดอนและสถานที่อื่นในสหราชอาณาจักร	ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก และ<br />
ค่าเลี้ยงชีพอีก 600 ปอนด์ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน คือ 1,200 ปอนด์เท่านั้น</p>
<p>3E.48.5.5	เงินค่าเลี้ยงชีพ<br />
เงินค่าเลี้ยงชีพอาจเป็น<br />
•	เงินสดในธนาคารที่นักศึกษาสามารถเบิกออกมาใช้ได้ หรือ<br />
•	เงินทุนของรัฐบาล หรือองค์กรอื่นที่เป็นผู้ให้ทุน<br />
โฮมออฟฟิสจะไม่มีการรับ บัญชีประเภทอื่น หรือเอกสารการเงินอื่น ๆ เช่น หุ้น พันธบัตร (Bonds) กองทุนบำนาญ (pension funds) เป็นต้นไม่ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นจะเบิกออกมาใช้ได้เมื่อไร</p>
<p>3E.48.5.6	หลักฐานแสดงเงินค่าเลี้ยงชีพ<br />
1.	บัญชีส่วนตัวในธนาคาร หรือใน Building society<br />
2.	สมุดฝากเงินของ Building society<br />
3.	หนังสือยืนยันจากธนาคาร<br />
4.	หนังสือจากองค์กรการเงินที่ได้รับการควมคุม (regulated financial institution) ยืนยันว่าจะให้เงินสด หรือเงินกู้แก่นักศึกษาทันทีที่ได้รับวีซ่า<br />
5.	หนังสือจากรัฐบาล หรือองค์กรอื่นที่เป็นเจ้าของทุน</p>
<p>3E.48.6	การขอต่อวีซ่าเมื่อนักศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักรแล้ว (How to apply if you are already in the UK)<br />
1.	ตรวจสอบว่านักศึกษาจะได้คะแนนเพียงพอสำหรับการขอต่อวีซ่านักศึกษาหรือไม่<br />
2.	กรอกใบสมัครขอต่อวีซ่าให้เรียบร้อย<br />
3.	ส่งใบสมัคร ฯ พร้อมค่าธรรมเนียม และหลักฐานรับรองไปที่ โฮมออฟฟิส</p>
<p>นักศึกษาจำเป็นจะต้องส่งหลักฐานรับรองทั้งหมดไปพร้อมกับใบสมัคร ฯ  เพราะจะไม่สามารถส่งหลักฐานอื่นเพิ่มเติมได้อีกหลังจากโฮมออฟฟิสพิจารณาใบสมัคร ฯ แล้ว นักศึกษาควรส่งหลักฐานการศึกษาที่เคยยื่นต่อผู้รับรอง รวมไปกับหลักฐานรับรองอื่น ๆ ด้วย</p>
<p>หากนักศึกษาผู้ใดต้องการขอต่อวีซ่าให้ผู้ติดตามในเวลาเดียวกัน ต้องส่งใบสมัครขอต่อวีซ่าของผู้ติดตามไปในซองเดียวกันกับใบสมัคร ฯ ของนักศึกษาด้วย</p>
<p>3E.48.7	การขอวีซ่าจากภายนอกสหราชอาณาจักร (How to apply if you are outside the UK)<br />
4.	ตรวจสอบว่านักศึกษาจะได้คะแนนเพียงพอสำหรับการขอวีซ่านักศึกษาหรือไม่<br />
5.	เข้าไปที่เว็บไซต์ www.visa4uk.fco.gov.uk/<br />
กรอกใบสมัครขอวีซ่าทางเว็บไซต์ (ออนไลน์)<br />
เดินทางไปที่ศูนย์รับคำขอวีซ่าในวันที่สะดวก หรือสามารถนัดหมายการเข้าพบเจ้าหน้าที่ทางเว็บไซต์ได้เพื่อยื่นใบสมัครขอวีซ่าและบันทึกข้อมูลไบโอเมตริก (Biometric)</p>
<p>นักศึกษาจำเป็นจะต้องส่งหลักฐานรับรองทั้งหมดไปพร้อมกับใบสมัครขอวีซ่า เพราะจะไม่สามารถส่งหลักฐานอื่นเพิ่มเติม หลังจากเจ้าหน้าที่พิจารณาใบสมัคร ฯ แล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-4-%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่านจะขอคำปรึกษาเรื่องกฎหมายเข้าเมืองได้ที่ไหน</title>
		<link>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2009 09:34:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Saisampan Hilton</dc:creator>
				<category><![CDATA[Legal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwomensorganisation.com/?p=637</guid>
		<description><![CDATA[ท่านจะขอคำปรึกษาเรื่องกฎหมายเข้าเมืองได้ที่ไหน หลายท่านมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายเข้าเมือง เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเข้าใจยาก หรือบางท่านอาจเคยทำผิดกฎหมายมาก่อนและต้องการทราบว่าจะแก้ตัวได้อย่างไร ผู้เขียนขออนุญาตให้ข้อคิดเกี่ยวกับการปรึกษาทางด้านกฎหมายกับทุก ๆ ท่านว่า 1. ท่านอาจปรึกษาเพื่อนหรือคนรู้จักได้ แต่ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นเขาอาจจะให้ข้อมูลท่านผิด ๆ เพราะกรณีของเขากับของท่านต้องมีข้อแตกต่างกันแน่นอน และความแตกต่างนี้อาจเป็นจุดสำคัญทำให้เรื่องของเพื่อนกับของท่านไม่ใช่กรณีเดียวกัน นอกจากนี้ผู้เขียนสังเกตว่าข้อแนะนำระหว่างเพื่อนคนไทยด้วยกัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภท “ได้ยินมาว่า” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดเกือบทั้งสิ้น 2. แม้ทนายบางคนก็อาจไม่มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือเขาอาจจะมีปัญหาในการสื่อสารกับท่าน ดังนั้นหากเขามาบอกว่าจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ได้ แต่ต้องเก็บเงินเป็นจำนวนมากก่อนสำหรับค่าทำเรื่อง ท่านก็ควรสงสัยทันที อย่าเชื่อใครเพียงเพราะเขาพูดในสิ่งที่ท่านอยากจะได้ยิน ขอให้ท่านหัดเป็นคนขี้สงสัย และขี้ระแวงอยู่เสมอ ๆ จะได้ไม่ถูกหลอกง่าย ๆ 3. หากท่านไม่แน่ใจในผู้ให้คำปรึกษาคนใดคนหนึ่ง ท่านอาจไปปรึกษาคนอื่นอีกก็ได้ (second opinion) แม้ท่านจะต้องเสียค่าปรึกษาสองครั้ง แต่ก็อาจจะคุ้มกว่าเพื่อความมั่นใจ แต่ทนายหลายคนมักจะให้คำปรึกษาครั้งแรกโดยไม่คิดเงิน 4. ในกรณีที่ท่านพิจารณาแล้วว่าผู้ที่จะเป็นตัวแทนดำเนินเรื่องให้ท่านคนนี้เชื่อถือได้ ท่านก็ไม่ควรจ่ายเงินให้เขาทั้งหมดทีเดียว เพราะหากเรื่องไม่เป็นผลดังที่เขาสัญญาไว้ท่านอาจต้องเสียเงินฟรี และเสียเวลาอีกด้วย 5. ท่านต้องเก็บสำเนาเอกสารหลักฐานทุกชิ้นไว้ให้ดี โดยเฉพาะหนังสือเดินทาง หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้เอกสารตัวจริงแก่ใคร ให้เพียงสำเนาก็ได้ และท่านต้องคอยติดตามเรื่องของตัวเองเสมอ ๆ อย่างปล่อยให้เรื่องหรือเอกสารหายไปได้ 6. วิธีที่ท่านจะให้โอกาสตัวเองให้ประสบความสำเร็จในการสมัครวีซ่าได้มากที่สุดคือการหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนที่จะปรึกษาทนายหรือผู้อื่น เพราะการที่ท่านมีข้อมูลพร้อมทั้งปัญหาและข้อสงสัยอยู่บ้างแล้ว จะทำให้การปรึกษามีประสิทธิภาพดีขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่านจะขอคำปรึกษาเรื่องกฎหมายเข้าเมืองได้ที่ไหน</p>
<p>หลายท่านมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายเข้าเมือง เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเข้าใจยาก หรือบางท่านอาจเคยทำผิดกฎหมายมาก่อนและต้องการทราบว่าจะแก้ตัวได้อย่างไร ผู้เขียนขออนุญาตให้ข้อคิดเกี่ยวกับการปรึกษาทางด้านกฎหมายกับทุก ๆ ท่านว่า<br />
1.	ท่านอาจปรึกษาเพื่อนหรือคนรู้จักได้ แต่ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นเขาอาจจะให้ข้อมูลท่านผิด ๆ เพราะกรณีของเขากับของท่านต้องมีข้อแตกต่างกันแน่นอน และความแตกต่างนี้อาจเป็นจุดสำคัญทำให้เรื่องของเพื่อนกับของท่านไม่ใช่กรณีเดียวกัน นอกจากนี้ผู้เขียนสังเกตว่าข้อแนะนำระหว่างเพื่อนคนไทยด้วยกัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภท “ได้ยินมาว่า” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดเกือบทั้งสิ้น<br />
2.	แม้ทนายบางคนก็อาจไม่มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือเขาอาจจะมีปัญหาในการสื่อสารกับท่าน ดังนั้นหากเขามาบอกว่าจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ได้ แต่ต้องเก็บเงินเป็นจำนวนมากก่อนสำหรับค่าทำเรื่อง ท่านก็ควรสงสัยทันที อย่าเชื่อใครเพียงเพราะเขาพูดในสิ่งที่ท่านอยากจะได้ยิน ขอให้ท่านหัดเป็นคนขี้สงสัย และขี้ระแวงอยู่เสมอ ๆ จะได้ไม่ถูกหลอกง่าย ๆ<br />
3.	หากท่านไม่แน่ใจในผู้ให้คำปรึกษาคนใดคนหนึ่ง ท่านอาจไปปรึกษาคนอื่นอีกก็ได้ (second opinion) แม้ท่านจะต้องเสียค่าปรึกษาสองครั้ง แต่ก็อาจจะคุ้มกว่าเพื่อความมั่นใจ แต่ทนายหลายคนมักจะให้คำปรึกษาครั้งแรกโดยไม่คิดเงิน<br />
4.	ในกรณีที่ท่านพิจารณาแล้วว่าผู้ที่จะเป็นตัวแทนดำเนินเรื่องให้ท่านคนนี้เชื่อถือได้ ท่านก็ไม่ควรจ่ายเงินให้เขาทั้งหมดทีเดียว เพราะหากเรื่องไม่เป็นผลดังที่เขาสัญญาไว้ท่านอาจต้องเสียเงินฟรี และเสียเวลาอีกด้วย<br />
5.	ท่านต้องเก็บสำเนาเอกสารหลักฐานทุกชิ้นไว้ให้ดี โดยเฉพาะหนังสือเดินทาง หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้เอกสารตัวจริงแก่ใคร ให้เพียงสำเนาก็ได้ และท่านต้องคอยติดตามเรื่องของตัวเองเสมอ ๆ อย่างปล่อยให้เรื่องหรือเอกสารหายไปได้<br />
6.	วิธีที่ท่านจะให้โอกาสตัวเองให้ประสบความสำเร็จในการสมัครวีซ่าได้มากที่สุดคือการหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนที่จะปรึกษาทนายหรือผู้อื่น เพราะการที่ท่านมีข้อมูลพร้อมทั้งปัญหาและข้อสงสัยอยู่บ้างแล้ว จะทำให้การปรึกษามีประสิทธิภาพดีขึ้น สำหรับท่านที่ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง ท่านสามารถอ่านคู่มือฉบับภาษาไทย และคำถามต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวกับตัวท่านจากเว็บไซต์ของชมรม ฯ ได้ที่ thaiwomensorganisation.com ส่วนท่านที่ภาษาอังกฤษดีแล้ว หาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของโฮมออฟฟิสได้โดยตรงที่  http://www.bia.homeoffice.gov.uk/<br />
7.	 สำหรับท่านที่มีความจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายเข้าเมือง ผู้เขียนขอแนะนำองค์กรต่อไปนี้</p>
<p>1.	Immigration Advisory Service (IAS)<br />
Head Office<br />
County House<br />
190 Great Dover Street<br />
London<br />
SE1 4YB<br />
Tel:  0844 974 4000 (หมายเลขนี้จะส่งให้ท่านได้ไปพูดกับสาขาที่ใกล้ที่สุดของท่าน)<br />
E-mail: advice@iasuk.org</p>
<p>http://www.iasuk.org/non-profit-fee-paying-service.aspx</p>
<p>องค์กรนี้ให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมายเข้าเมืองทั่วไป และมีสาขาหลายแห่ง ท่านสามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ขององค์กร หากท่านที่มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ของรัฐเพื่อช่วยเหลือค่าทนาย (Legal aid) จะได้รับคำปรึกษาฟรี แต่หากท่านไม่มีสิทธิดังกล่าว ท่านก็อาจต้องจ่ายเงินค่าปรึกษา แต่องค์กรนี้เป็นองค์กรการกุศล ไม่ใช่หน่วยงานที่ค้ากำไร ดังนั้นค่าปรึกษาจะถูกกว่าของทนายความทั่วไป และที่สำคัญ เป็นองค์กรที่ท่านไว้ใจได้ว่าเป็นองค์กรที่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเข้าเมืองจริงและดีกว่าที่อื่นๆ แต่ปัญหาก็คือ มีคนใช้บริการมาก ดังนั้นท่านต้องพยายามติดต่อกับองค์กรนี้ให้ได้ ถึงแม้จะต้องโทรหลายๆ ครั้งก็ตาม ท่านควรติดต่อแต่เนิ่นๆ เพื่อนัดพบ และเมื่อไปพบเจ้าหน้าที่ ท่านต้องเตรียมเอกสารมาให้ครบถ้วน พร้อมทั้งนำเพื่อนที่จะช่วยแปลมาด้วย หากภาษาอังกฤษของท่านยังไม่คล่อง</p>
<p>2	UK Council for International Student Affairs (UKCISA)<br />
9-17 St Alban’s Place<br />
London N1 ONX<br />
แฟกซ์: 020 7288 4360<br />
เว็บไซต์:  www.ukcisa.org.uk</p>
<p>องค์กรนี้ช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติและมีแผ่นพับที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของนักเรียนหลายอย่าง นักเรียนที่ต้องการคำปรึกษา ควรติดต่อกับสำนักงาน NUS ที่โรงเรียนก่อน หรือในกรณีจำเป็นจริง ๆ ท่านติดต่อหมายเลขโทรศัพท์สายกลางที่ 020 7107 9922 ได้ (สายเปิดวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา 13.00 น ถึง 16.00 น)</p>
<p>3	ศูนย์กฎหมาย (Law Centres)</p>
<p>ในอังกฤษ และเวลส์<br />
Law Centres’ Federation<br />
Third Floor<br />
293-299 Kentish Town Road<br />
London, NW5 2TJ<br />
Tel: 020 7428 4400<br />
Fax: 020 7428 4401<br />
Email: info@lawcentres.org.uk<br />
Website:  www.lawcentres.org.uk<br />
ในสก๊อตแลนด์<br />
Secretary<br />
Scottish Association of Law Centres (SALC)<br />
c/o Govan Law Centre<br />
47 Burleigh Street<br />
Govan, Glasgow, G51 3LB<br />
Tel: 0141 440 2503<br />
Email: m@govanlc.com<br />
Website:  www.govanlc.com<br />
ในไอร์แลนด์เหนือ<br />
Law Centre (NI) Central Office<br />
124 Donegal Street<br />
Belfast, BT1 2GY<br />
Tel: 028 9024 4401<br />
Fax: 028 9023 6340<br />
Email: admin.belfast@lawcentreni.org.uk<br />
Website:  www.lawcentreni.org<br />
ใน (NI) Western Area Office<br />
9 Clarendon Street<br />
Derry, BT48 7EP<br />
Tel: 028 7126 2433<br />
Fax: 028 7126 2343<br />
Email: admin.derry@lawcentreniwest.org.uk<br />
ศูนย์กฎหมายมักจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายเข้าเมือง แต่ศูนย์กฎหมายอาจรับปรึกษาได้เฉพาะคนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในเขตของเขาเท่านั้น ดังนั้นท่านต้องติดต่อกับศูนย์กฎหมายใกล้บ้านก่อนว่าเขาจะรับเรื่องของท่านได้หรือไม่ หากได้ เขาก็จะให้คำปรึกษาฟรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwomensorganisation.com/2009/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
