Children

คำเตือน

ขอให้ทุก ๆ ท่านเข้าใจว่าคำถามคำตอบในเว็บนี้ เป็นการปรารภ ถึงเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังโดยทั่วไปเท่านั้น ขออย่าได้ถือเป็นการแนะนำทางกฎหมาย ผู้เขียนมีความประสงค์จะนำเรื่องที่คนไทยในประเทศอังกฤษ หรือที่จะมาอังกฤษสนใจ และใช้เป็นประโยชน์ได้เท่านั้น ท่านที่ต้องการคำปรึกษาทางกฎหมายจริง ๆ ขอให้ติดต่อขอคำแนะนำจากทนายผู้เชี่ยวชาญกฎหมายด้านนี้อย่างเป็นทางการ

การถ่ายภาพเด็ก

Tuesday, September 7th, 2010
การถ่ายภาพเด็ก
บางท่านได้สอบถามถึงเรื่องการห้ามไม่ให้ถ่ายรูปเด็ก เนื่องจากเข้าใจว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ผู้เขียนจึงประสงค์จะแจ้งถึงข้อกฎหมายและข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหลายท่านอาจยังไม่ทราบ และเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับกลุ่มคนไทยที่จัดงานหรือกิจกรรมสังสรร เช่น งานที่วัด หรืองานใด ๆ ที่มีเด็ก ๆ มาร่วมงานด้วย หรือวัดที่มีเด็กมาเรียนภาษาไทย  เป็นต้น
ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยสรุปคือ ไม่มีกฎหมายพิเศษห้ามไม่ให้ถ่ายภาพเด็ก นอกจากภาพนั้นจะออกมาในลักษณะลามกหรืออนาจาร เช่นหากมีรูปเด็กเล็กๆ กำลังเล่นน้ำ และไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นความเห็นของแต่ละคนที่ต่างจิตต่างใจกัน จึงยากที่จะระบุลงไปแน่นอนว่าภาพเช่นไร ถือว่าลามกอนาจาร เพราะถึงแม้เด็กจะใส่ชุดว่ายน้ำ บางคนอาจจะคิดมาก ใจเป็นอกุศล และเห็นเป็นภาพอนาจารก็ได้
สิ่งสำคัญก็คือพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเข้าใจว่า ตนมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นถ่ายรูปเด็ก ในปกครองของตน (ในที่นี้ คำว่าเด็กรวมถึงผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีทุกคน) และยังมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นเอารูปเด็กในปกครองของตนไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์หรือเว็บไซต์อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันเด็กจากผู้ที่ประสงค์ร้าย เช่นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกที่ชอบทารุณกรรมเด็ก ทำการลักพาตัวเด็กไป เพราะเห็นรูปจากเว็บไซต์ เป็นต้น สำหรับองค์กรที่ต้องการถ่ายภาพเด็ก หรือตีพิมพ์ภาพเด็กในเอกสาร เผยแพร่ทางเว็บไซต์ หรือสื่อต่างๆ ควรให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมให้มีการถ่ายรูป และ/หรือนำรูปไปเผยแพร่ได้ อย่างไรก็ตาม ควรคำนึกถึงคำแนะนำต่อไปนี้ด้วย
• ควรงดเว้นการใช้ชื่อเต็มของเด็กในภาพ
• ควรงดเว้นการใช้ชื่อใด ๆ ทั้งสิ้น หากภาพนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าถูกถ่ายมาจากที่ใด
• ควรพิจารณาเรื่องเสื้อผ้า และการแต่งตัวของเด็กว่ามีความเหมาะสม ก่อนจะทำการถ่ายภาพ
• ควรให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเซ็นหนังสือยินยอมก่อนทุกครั้ง
• หากเด็กโตพอ ก็ต้องขออนุญาตเด็กก่อนการนำภาพนั้นไปใช้
ข้อมูลนี้ ได้มาจาก http://www.tes.co.uk/article.aspx?storyCode=6015788  เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2009

ลูกกินข้าวยาก

Thursday, May 7th, 2009

ลูกกินข้าวยาก

ลูกไปคว้าแย่งของเล่นของเพื่อน

Tuesday, September 23rd, 2008

ลูกไปคว้าแย่งของเล่นของเพื่อน

สวัสดีค่ะ ตอนนี้ลูกวันที่ 5ตุลา ก็จะครบ 1 ปี ดิฉันอยากทราบว่าเวลาพาลูกไปเล่นกับเด็กๆด้วยกันทำไมลูกถึงชอบแย่งของ เวลาดิฉันไปจับออกเขาจะเกร่งตัวแล้วก็ร้องเสียงดังมาก หรือของอันใหนที่เราบอกไม่ให้เล่นแล้วเราจับเขาออกมาเขาก็จะล้มตัวแล้วร้อง ดิฉันกลุ่มใจมากค่ะช่วยหาทางออกให้ด้วยค่ะเพราะเพิ่งพาเขามาอยู่ที่นี่ได้6-7เดือน
 
Answer:
 
สวัสดีค่ะ คุณแม่
 
ตอนนี้ลูกของคุณอายุเกือบครบ ๑ ขวบ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่เด็กเริ่มเดิน และเด็กค้นพบแล้วว่าตัวเองเป็นบุคคลๆหนึ่ง ที่มีความต้องการและมีความสามารถที่จะทำอะไรบางอย่างเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งคุณแม่อีกต่อไป  นอกจากนั้นเด็กมักจะเห็นแต่ตัวเองเป็นสำคัญ หรือเป็นศูนย์กลาง (Ego centric) หรือบางคนอาจใช้คำว่า เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ มักจะเห็นความต้องการของตัวเองก่อนคนอื่น เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กอยากได้อะไร เขาจะไปคว้ามาโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงคนอื่น ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ลูกของคุณนั้นไปคว้าแย่งของเล่นของเพื่อน
            นอกจาก ลักษณะเห็นตัวเองเป็นใหญ่ (Ego Centric) ของเด็กวัยนี้แล้ว เด็กยังสามารถควบคุมอารมณ์ได้น้อยมาก ลักษณะผลีผลาม ไม่สามารถควบคุมความคิดได้ เช่น อยากได้อะไร ก็ต้องได้สิ่งนั้นมา ไม่ได้ยั้งคิดก่อน และไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุมีผล ถึงแม้คุณจะสอนและบอกเขาบ่อยๆครั้งก็ตาม เนื่องจากว่าสมองของเด็กนั้นยังพัฒนาไม่เต็มที่นัก ไม่สามารถคิดเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผลได้ และเด็กก็ยังมีความเข้าใจในด้านภาษาน้อยมาก ที่ลูกของคุณแม่กรีดร้อง เกร็งตัว ล้มตัวลงนอน เวลาที่คุณจับเขาออกมาขณะที่เขากำลังเล่นอยู่นั้น เป็นอาการโกรธ เหมือนกับว่าถูกขัดใจ เนื่องจากเด็กไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงจับเขาออกมา เขากำลังเล่นสนุก และยังอยากเล่นต่อ  ถึงแม้คุณจะบอกลูกว่า ห้ามแย่งของเล่นเพื่อน ก็ตาม เด็กก็ยังไม่สามารถเข้าใจว่า มันเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
 
คุณแม่เพิ่งพาลูกมาอยู่ได้ ๗ เดือน ย้ายมาเมื่อตอนเด็กอายุ ประมาณ ๔-๕ เดือน โดยส่วนมากเด็กเล็กๆมักจะมีการปรับตัวได้เร็วและมีปัญหาค่อนข้างน้อยมาก แต่ว่าในกรณีที่เด็กเล็กต้องถูกแยกหรือพรากจากคนที่เลี้ยงดูเขาเป็นประจำ เด็กถูกแยกจากคนที่เขาผูกพันมาก ในกรณีนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อการปรับตัวของเด็กได้ ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าลูกของคุณมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ก้าวร้าว ซึม ป่วย การกินอาหารเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณปัญหาในการปรับตัวของเด็กวัยเล็กได้
            วิธีการปรับพฤติกรรม
๑.     คุณแม่ควรลองพูดกับลูกโดยใช่ประโยคบอกเล่า สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ เพื่อให้เด็กเข้าใจได้ ที่ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ เพราะว่าสมองของเด็กนั้น ยังไม่เข้าใจคำว่า “ไม่” อย่างแท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการพูดประโยคยาวๆ พร่ำเพรื่อ ถ้าลูกคุณแย่งของเพื่อน คุณอาจบอกลูกคุณด้วยน้ำเสียงของคุณแม่ใจดี เช่น “ลูกจ๋า เอาของเล่นคืนให้เพื่อน” หรือ “วางของชิ้นนั้นลง” แทนการพูดว่า “ไม่แย่งของเพื่อน” หรือ “ของนี้ไม่ใช่ของลูก” 
๒.     ถ้าลูกของคุณยังไม่คืนของเล่น หรือวางของลง คุณควรพูดประโยคนี้ซ้ำๆอีก และถ้าเขายังไม่ฟัง คุณสามารถเรียกความสนใจของลูกได้ ด้วยการจับแขน หรือสัมผัสลูกเบาๆ และบอกให้ลูกมองตาคุณ เมื่อนั้นแล้วคุณก็พูดซ้ำประโยคเดินอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
๓.     ถ้าหากลูกของคุณยังไม่วางของลงอีก คุณก็พูดประโยคเดิมอีกครั้ง แล้วบอกกับลูกว่า “คุณแม่ขอ” แล้ว คุณก็หาของอื่นที่น่าสนใจ แล้วบอกลูกด้วยน้ำเสียงดูตื่นเต้น ว่า “คุณแม่ให้” พยายามจูงใจว่าของเล่นใหม่นั้นน่าสนใจกว่า (คือว่า คุณแม่หาของเล่นอื่นที่น่าสนใจมาแลกกับลูกนั่นเอง) เป็นต้น (คุณจะสังเกตว่าใช้ประโยคที่สั้นๆได้ใจความเท่านั้น)
๔.      คุณไม่ควรจับลูกของคุณออกมาโดยที่ไม่ได้มีการเตือน เพราะเด็กจะไม่เข้าใจการกระทำของคุณ ควรพยายามพูดกับเขาก่อน
๕.     ดิฉันไม่สนับสนุนให้มีการดุว่า หรือใช้กำลังและการใช้เวลานอกกับเด็กวัยเล็กนี้ เนื่องจากอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่กล้า กลัวและไม่มั่นใจเวลาที่เขาต้องการเล่นของเล่นกับเพื่อนร่วมวัย
๖.     สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณแม่ชมเชยลูกที่ลูกเอาของคืนเพื่อน หรือเอาของให้คุณแม่ “เก่งมากลูก”  “เด็กดีขอองแม่” พร้อมกับ กอดลูก ปรบมือ หรือลูบหัว การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกของคุณทำพฤติกรรมอย่างนี้อีกในครั้งหน้า เพราะเขารู้ว่า ถ้าเขาทำอย่างนี้ คุณแม่จะชื่นชมเขา
 
หวังว่าคุณแม่คงได้รับประโยชน์และประสบความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมของลูกรักนะคะ และขอให้มีความใจเย็นและมีความสุขในการเลี้ยงลูกค่ะ
 
Drs. กมลลักษณ์ มโนกุลอนันต์-Kooiman
 
 
 
 
 
Drs.K.  Manokulanunta-Kooiman
Psychologenpraktijk Zuiderzee/สำนักงานให้คำปรึกษาสุขภาพจิตและการเลี้ยงลูก Zuiderzee
www.psycholooogpraktijk.nl
 
Kennemerland 62
8245 ER Lelystad
Nederland
email: info@psycholoogpraktijk.nll
tel: +31 6 543 48 608
 

ความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง

Tuesday, March 18th, 2008

ความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง

เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็หลิ่วตาตาม

Tuesday, March 18th, 2008

เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็หลิ่วตาตาม

ควรให้ลูกพูดภาษาเดียวหรือสองภาษา

Tuesday, March 18th, 2008

ควรให้ลูกพูดภาษาเดียวหรือสองภาษา

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี พ่อแม่ตีเพราะรักลูก ถูกแล้วหรือ

Tuesday, March 18th, 2008

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี พ่อแม่ตีเพราะรักลูก ถูกแล้วหรือ

การขู่ลูก

Tuesday, March 18th, 2008

การขู่ลูก

คำถามคำตอบ

Tuesday, March 18th, 2008

คำถามคำตอบ