ลูกไปคว้าแย่งของเล่นของเพื่อน
สวัสดีค่ะ ตอนนี้ลูกวันที่ 5ตุลา ก็จะครบ 1 ปี ดิฉันอยากทราบว่าเวลาพาลูกไปเล่นกับเด็กๆด้วยกันทำไมลูกถึงชอบแย่งของ เวลาดิฉันไปจับออกเขาจะเกร่งตัวแล้วก็ร้องเสียงดังมาก หรือของอันใหนที่เราบอกไม่ให้เล่นแล้วเราจับเขาออกมาเขาก็จะล้มตัวแล้วร้อง ดิฉันกลุ่มใจมากค่ะช่วยหาทางออกให้ด้วยค่ะเพราะเพิ่งพาเขามาอยู่ที่นี่ได้6-7เดือน
Answer:
สวัสดีค่ะ คุณแม่
ตอนนี้ลูกของคุณอายุเกือบครบ ๑ ขวบ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่เด็กเริ่มเดิน และเด็กค้นพบแล้วว่าตัวเองเป็นบุคคลๆหนึ่ง ที่มีความต้องการและมีความสามารถที่จะทำอะไรบางอย่างเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งคุณแม่อีกต่อไป นอกจากนั้นเด็กมักจะเห็นแต่ตัวเองเป็นสำคัญ หรือเป็นศูนย์กลาง (Ego centric) หรือบางคนอาจใช้คำว่า เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ มักจะเห็นความต้องการของตัวเองก่อนคนอื่น เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กอยากได้อะไร เขาจะไปคว้ามาโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงคนอื่น ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ลูกของคุณนั้นไปคว้าแย่งของเล่นของเพื่อน
นอกจาก ลักษณะเห็นตัวเองเป็นใหญ่ (Ego Centric) ของเด็กวัยนี้แล้ว เด็กยังสามารถควบคุมอารมณ์ได้น้อยมาก ลักษณะผลีผลาม ไม่สามารถควบคุมความคิดได้ เช่น อยากได้อะไร ก็ต้องได้สิ่งนั้นมา ไม่ได้ยั้งคิดก่อน และไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุมีผล ถึงแม้คุณจะสอนและบอกเขาบ่อยๆครั้งก็ตาม เนื่องจากว่าสมองของเด็กนั้นยังพัฒนาไม่เต็มที่นัก ไม่สามารถคิดเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผลได้ และเด็กก็ยังมีความเข้าใจในด้านภาษาน้อยมาก ที่ลูกของคุณแม่กรีดร้อง เกร็งตัว ล้มตัวลงนอน เวลาที่คุณจับเขาออกมาขณะที่เขากำลังเล่นอยู่นั้น เป็นอาการโกรธ เหมือนกับว่าถูกขัดใจ เนื่องจากเด็กไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงจับเขาออกมา เขากำลังเล่นสนุก และยังอยากเล่นต่อ ถึงแม้คุณจะบอกลูกว่า ห้ามแย่งของเล่นเพื่อน ก็ตาม เด็กก็ยังไม่สามารถเข้าใจว่า มันเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
คุณแม่เพิ่งพาลูกมาอยู่ได้ ๗ เดือน ย้ายมาเมื่อตอนเด็กอายุ ประมาณ ๔-๕ เดือน โดยส่วนมากเด็กเล็กๆมักจะมีการปรับตัวได้เร็วและมีปัญหาค่อนข้างน้อยมาก แต่ว่าในกรณีที่เด็กเล็กต้องถูกแยกหรือพรากจากคนที่เลี้ยงดูเขาเป็นประจำ เด็กถูกแยกจากคนที่เขาผูกพันมาก ในกรณีนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อการปรับตัวของเด็กได้ ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าลูกของคุณมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ก้าวร้าว ซึม ป่วย การกินอาหารเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณปัญหาในการปรับตัวของเด็กวัยเล็กได้
วิธีการปรับพฤติกรรม
๑. คุณแม่ควรลองพูดกับลูกโดยใช่ประโยคบอกเล่า สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ เพื่อให้เด็กเข้าใจได้ ที่ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ เพราะว่าสมองของเด็กนั้น ยังไม่เข้าใจคำว่า “ไม่” อย่างแท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการพูดประโยคยาวๆ พร่ำเพรื่อ ถ้าลูกคุณแย่งของเพื่อน คุณอาจบอกลูกคุณด้วยน้ำเสียงของคุณแม่ใจดี เช่น “ลูกจ๋า เอาของเล่นคืนให้เพื่อน” หรือ “วางของชิ้นนั้นลง” แทนการพูดว่า “ไม่แย่งของเพื่อน” หรือ “ของนี้ไม่ใช่ของลูก”
๒. ถ้าลูกของคุณยังไม่คืนของเล่น หรือวางของลง คุณควรพูดประโยคนี้ซ้ำๆอีก และถ้าเขายังไม่ฟัง คุณสามารถเรียกความสนใจของลูกได้ ด้วยการจับแขน หรือสัมผัสลูกเบาๆ และบอกให้ลูกมองตาคุณ เมื่อนั้นแล้วคุณก็พูดซ้ำประโยคเดินอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
๓. ถ้าหากลูกของคุณยังไม่วางของลงอีก คุณก็พูดประโยคเดิมอีกครั้ง แล้วบอกกับลูกว่า “คุณแม่ขอ” แล้ว คุณก็หาของอื่นที่น่าสนใจ แล้วบอกลูกด้วยน้ำเสียงดูตื่นเต้น ว่า “คุณแม่ให้” พยายามจูงใจว่าของเล่นใหม่นั้นน่าสนใจกว่า (คือว่า คุณแม่หาของเล่นอื่นที่น่าสนใจมาแลกกับลูกนั่นเอง) เป็นต้น (คุณจะสังเกตว่าใช้ประโยคที่สั้นๆได้ใจความเท่านั้น)
๔. คุณไม่ควรจับลูกของคุณออกมาโดยที่ไม่ได้มีการเตือน เพราะเด็กจะไม่เข้าใจการกระทำของคุณ ควรพยายามพูดกับเขาก่อน
๕. ดิฉันไม่สนับสนุนให้มีการดุว่า หรือใช้กำลังและการใช้เวลานอกกับเด็กวัยเล็กนี้ เนื่องจากอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่กล้า กลัวและไม่มั่นใจเวลาที่เขาต้องการเล่นของเล่นกับเพื่อนร่วมวัย
๖. สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณแม่ชมเชยลูกที่ลูกเอาของคืนเพื่อน หรือเอาของให้คุณแม่ “เก่งมากลูก” “เด็กดีขอองแม่” พร้อมกับ กอดลูก ปรบมือ หรือลูบหัว การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกของคุณทำพฤติกรรมอย่างนี้อีกในครั้งหน้า เพราะเขารู้ว่า ถ้าเขาทำอย่างนี้ คุณแม่จะชื่นชมเขา
หวังว่าคุณแม่คงได้รับประโยชน์และประสบความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมของลูกรักนะคะ และขอให้มีความใจเย็นและมีความสุขในการเลี้ยงลูกค่ะ
Drs. กมลลักษณ์ มโนกุลอนันต์-Kooiman
Drs.K. Manokulanunta-Kooiman
Psychologenpraktijk Zuiderzee/สำนักงานให้คำปรึกษาสุขภาพจิตและการเลี้ยงลูก Zuiderzee
www.psycholooogpraktijk.nl
Kennemerland 62
8245 ER Lelystad
Nederland
email: info@psycholoogpraktijk.nll
tel: +31 6 543 48 608
