การละเมิดต่อเด็ก (Child abuse)

การละเมิดต่อเด็ก (Child abuse)

การละเมิดต่อเด็ก คือ กระทำความรุนแรงต่อเด็ก หรือการทารุณกรรมหรือการทำร้ายร่างกายเด็ก ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพหรือการเจริญเติบโตของเด็ก กรณีปัญหาการละเมิดต่อเด็กครอบคลุมการกระทำการต่อเด็กในกรณีต่อไปนี้
• การกระทำให้เกิดอาการบาดเจ็บทางกาย
• การล่วงละเมิดทางเพศ
• การกระทำที่เป็นการละเมิดต่อจิตใจ
• การปล่อยให้เด็กถูกทอดทิ้ง หรือขาดการดูแลตามสมควร

เด็กถูกทอดทิ้งเมื่อไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เช่น การปล่อยให้เด็กผจญกับความเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย การปล่อยให้เด็กเผชิญกับอากาศหนาวหรือต้องอดอาหาร ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ปกครองอาจจะไม่ได้ตั้งใจหรือต้องการทำร้ายเด็ก และเด็กอาจถูกทอดทิ้งเมื่อได้รับความรัก หรือความเอาใจใส่จากผู้ปกครองไม่มากเท่าที่ควร เด็กที่ไม่เจริญเติบโตตามวัยอันสมควรก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง

หากท่านทอดทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังโดยการปล่อยให้เด็กอยู่บ้านคนเดียว และไม่มีผู้ใหญ่ดูแลรับผิดชอบ ทั้งนี้ ไม่มีข้อจำกัดว่าเด็กอายุเท่าไรถึงจะสามารถปล่อยทิ้งให้เด็กอยู่คนเดียวได้ แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัจจัยความเสี่ยงว่าเด็กจะประสบปัญหาได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายจากการที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวหรือไม่

การแจ้งความเมื่อเกิดปัญหาการละเมิดต่อเด็ก  (Reporting child abuse)

หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ทราบว่า มีเด็กคนหนึ่งประสบปัญหาถูกละเมิด และท่านต้องการรายงานให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทราบ มีหน่วยงานที่ท่านสามารถจะแจ้งหรือปรึกษาหารือได้ดังนี้

ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของเทศบาล (Social Services)

เมื่อมีการแจ้งว่ามีการละเมิดต่อเด็ก ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ จะทำการสืบหาข้อมูลว่าเด็กอยู่ในสภาพที่จะได้รับอันตราย หรือมีอะไรที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเด็กหรือไม่ นอกจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ จะต้องพิจารณาตัดสินว่าเด็กสมควรจะได้รับการคุ้มครองหรือไม่ (Protection) และหามาตรการเพื่อป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็ก ทว่าภายหลังจากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ มีความเห็นว่า เด็กจะไม่ได้รับอันตราย ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดใด

การตรวจสอบข้อมูลอาจจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ และต้องสอบปากคำพยานหลายคน การไปเยี่ยมครอบครัวของเด็ก การตรวจสุขภาพเด็ก ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ จะสอบปากคำเด็ก และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยปกติแล้ว ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ จะต้องแจ้งให้บิดามารดาของเด็กทราบว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้อยู่ หรือในบางกรณีอาจจะตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแจ้งให้บิดามารดาทราบอย่างเป็นทางการ

ในกรณีที่มีการกระทำทารุณกรรมอย่างรุนแรง หรือการละเมิดทางเพศ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ อาจจะต้องตัดสินใจนำตัวเด็กไปจากครอบครัว และมอบให้เด็กอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจ (Police protection) เป็นกรณีฉุกเฉิน

เมื่อฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ ตรวจสอบข้อมูลและปรึกษากับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะพิจารณาตัดสินอีกครั้งว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจะทำเป็นข้อเสนอแนะดังนี้

1. ขอให้ตำรวจทำการสอบสวน
2. ขออำนาจศาลสั่งให้นำตัวเด็กเข้าไปอยู่ในความปกครองของสถานคุ้มครองและดูแลเด็ก (child in care)
3. ขออำนาจศาลสั่งให้เด็กเข้าไปอยู่ในความคุ้มครองดูแลของเทศบาล (supervision of the local authority) หรือของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ (probation officer) ซึ่งหมายความว่า ครอบครัวของเด็กจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือให้เด็กอยู่ในบ้านต่อไป แทนที่จะต้องนำตัวเด็กเข้าไปอยู่ในสถานคุ้มครองและดูแลเด็กของเทศบาล
4. ขอนำเด็กจดทะเบียนไว้ในทะเบียนเด็กที่ได้รับการคุ้มครอง (Child Protection Register)

ปกติแล้ว ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ มักจะไม่แนะนำให้นำเรื่องขึ้นฟ้องศาล หรือการดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสถานการณ์

ทะเบียนเด็กที่ได้รับการคุ้มครอง (Child Protection Register)

เด็กจะได้รับการบันทึกอยู่ในทะเบียนเด็กที่ได้รับการคุ้มครอง (Child Protection Register) หากฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ พิจารณาเห็นว่าเด็กจะได้รับอันตราย โดยจะทำแผนการป้องกันอันตรายแก่เด็ก และให้ความช่วยเหลือสนับสนุนครอบครัวของเด็ก โดยอาจจะทำการตกลงกับพ่อแม่ให้เด็กเข้าไปอยู่ในความอุปการะของเทศบาล (in care) ซึ่งหมายความว่าเด็กจะถูกส่งไปอยู่กับครอบครัวอุปการะ (foster family) บ้านพักเด็กฉุกเฉิน (children’s home) หรือ โรงเรียนประจำ (residential school) ก็ได้

การแจ้งการละเมิดเด็กกับสมาคมป้องกันการทำทารุณกรรมเด็กแห่งชาติ (National Society for the Prevention of Cruelty to Children: NSPCC)

ท่านอาจรายงานไปยัง สมาคมป้องกันการทำทารุณกรรมเด็กแห่งชาติ (NSPCC) ทางโทรศัพท์สายด่วน เมื่อสงสัยว่ามีกรณีปัญหาการละเมิดต่อเด็ก โดยที่ท่านไม่จำเป็นจะต้องแจ้งรายละเอียดส่วนตัวของท่านแต่อย่างใด แต่หากท่านแจ้งรายละเอียดส่วนตัว เจ้าหน้าที่จะต้องทำรายงานไปยังฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะร้องขอหน่วยงานเหล่านั้นไม่ให้ระบุรายละเอียดของท่านกับครอบครัวที่มีปัญหาการละเมิดต่อเด็กที่ท่านได้แจ้งไว้

เมื่อท่านแจ้งเรื่องการละเมิดต่อเด็กกับสมาคมป้องกันการทำร้ายเด็กแห่งชาติ ทางสมาคมฯ จำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

แจ้งความการละเมิดต่อเด็กกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ (Reporting child abuse to the police)

หากท่านแจ้งเรื่องการละเมิดต่อเด็กกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องทำการสอบสวน และถ้าพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ก็จะต้องแจ้งให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ ทราบด้วย

ในกรณีฉุกเฉิน ตำรวจอาจนำตัวเด็กออกจากบ้านที่เด็กอาศัยอยู่ และรับเด็กเข้าไว้ในความคุ้มครองของตำรวจ (Police protection) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยไม่ต้องขอหมายศาลล่วงหน้า

ผู้ที่กระทำการละเมิดต่อเด็ก อาจถูกฟ้องศาลในคดีอาญา และหากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงก็จะต้องถูกลงโทษ และถูกระมัดระวังป้องกันมิให้ไปก่อเหตุทำร้ายหรือละเมิดต่อเด็กอื่นได้อีกในอนาคต แต่ก็ไม่มีหลักประกันใดที่จะยืนยันได้ว่าบุคคลเหล่านี้จะถูกศาลตัดสินว่าได้ทำผิดจริงตามกฎหมาย

เด็กที่ถูกละเมิดอาจต้องถูกเรียกตัวให้เป็นพยานในศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากมากสำหรับเด็ก อย่างไรก็ตาม จะมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่ต้องเข้ามาเป็นพยานในศาล และในบางกรณี เด็กผู้ถูกกระทำ ฯ ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาให้การที่ศาลด้วยตนเอง แต่อาจให้ปากคำได้โดยวิธีเชื่อมต่อกับ วีดีโอหรือโทรทัศน์

ท่านจะแจ้งเรื่องเด็กถูกล่วงละเมิดให้กับใครได้อีกบ้าง

ท่านอาจแจ้งเรื่องเมื่อท่านพบเห็นกรณีเด็กถูกละเมิดกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ผู้ตรวจสุขภาพเด็ก (Health visitor) แพทย์หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ดูแลผู้เยาว์ในชุมชน (youth and community workers) เจ้าพนักงานคุมประพฤติ (probation officers) ครูหรือเจ้าหน้าที่โรงเรียน เจ้าหน้าที่สถานเลี้ยงเด็ก (nursery staff) เจ้าหน้าที่ดูแลแนะนำการศึกษา (education welfare officers) และนักจิตวิทยาทางการศึกษา (educational psychologists)

ท่านต้องทราบด้วยว่าบุคคลเหล่านี้อาจต้องรายงานเรื่องที่ท่านแจ้งนี้ต่อฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ หรือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การย้ายที่อยู่กรณีที่เด็กถูกละเมิด (Re-housing because of child abuse)

หากท่านรับผิดชอบดูแลเด็กที่กำลังถูกละเมิด ท่านอาจขอให้ฝ่ายการเคหะของเทศบาล (Housing Department of Local authority) ช่วยหาที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้ท่านได้ กรณีนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเคหะอาจจะต้องสอบสวนรายละเอียดเกี่ยวกับการละเมิดต่อเด็ก แม้ว่าท่านจะไม่ต้องการให้มีการสอบสวนก็ตาม ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่การเคหะอาจย้ายครอบครัวของท่าน หรือย้ายผู้กระทำ ฯ นอกจากนั้นยังมีวิธีอื่น ๆ ทางกฎหมายที่จะไม่ให้ผู้กระทำ ฯ อยู่ในบ้านของเขาอีกต่อไป ท่านอาจจะต้องปรึกษาทนายความเพิ่มเติม

ในกรณีที่ท่านเป็นมารดา หรือบิดาของเด็กที่ถูกกระทำ ฯ และท่านเองก็กำลังประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวด้วย ท่านอาจจะขอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักฉุกเฉินสำหรับสตรี (Women’s refuge) หรือที่พักฉุกเฉินของเทศบาล (emergency accommodation) หากท่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถติดต่อกับองค์กรตามรายละเอียดข้างท้ายบท

เด็กที่กำลังถูกละเมิด

หากท่านเป็นเด็กที่กำลังถูกละเมิด ท่านอาจขอความช่วยเหลือได้จาก NSPCC หรือ Childline ดูรายละเอียดข้างท้าย

ท่านอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อรับการรักษาพยาบาลบาดแผล ตรวจครรภ์ รับการคุมกำเนิดอย่างฉุกเฉิน (Emergency contraception) หรือ การตรวจโรคเอดส์ ท่านอาจขอพบแพทย์ หรือฝ่ายฉุกเฉินที่โรงพยาบาลหรือองค์กรคุมกำเนิดต่าง ๆ เช่น Brook Advisory Centre เป็นต้นรายละเอียดข้างท้าย

หากท่านอายุต่ำกว่า 16 ปี และเจ้าหน้าที่เหล่านี้สงสัยว่าท่านกำลังถูกกระทำ ฯ ก็จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ หรือ NSPCC ทราบ แม้ท่านไม่ต้องการให้เขาแจ้ง ในบางกรณีท่านอาจจะเรียกร้องเงินชดเชยสำหรับการถูกกระทำ ฯ โดยต้องทำการปรึกษากับองค์กรตามรายละเอียดแนบท้าย

NSPCC
โทรศัพท์สายด่วนหมายเลข 0808 800 5000
อีเมล์: help@nspcc.org.uk
เว็บไซต์: www.nspcc.org.uk

Childline
โทรศัพท์สายด่วนหมายเลข 0800 1111
ไปรษณีย์ชนิดไม่ต้องติดแสตมป์: Freepost, NATN 1111 London E 1 6BR
เว็บไซต์: www.childline.org.uk
การโทรศัพท์ไปหา Childline ทุกครั้งจะถูกเก็บไว้เป็นความลับโดยที่เจ้าหน้าที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับผู้อื่น แต่หากเจ้าหน้าที่คิดว่ามีผู้ที่อยู่ในภัยอันตราย เจ้าหน้าที่จะติดต่อฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ฯ หรือตำรวจ และบอกกับผู้แจ้งว่า ไม่สามารถเก็บเรื่องที่ได้รับแจ้งไว้ดังกล่าวเป็นความลับได้อีกต่อไป

Brook Advisory Centres
หมายเลขโทรศัพท์ 020 7284 6040 (เพื่อหาศูนย์ใกล้บ้านของท่าน)
โทรศัพท์สายด่วนหมายเลข 0800 018 5023
อีเมล์: admin@brookcentres.org.uk
เว็บไซต์: www.brook.org.uk

Comments are closed.