รัฐบาลเพิ่มปริมาณและมูลค่าการนำเข้าสินค้าปลอดภาษี (Duty free allowances)
รัฐบาลเพิ่มปริมาณและมูลค่าการนำเข้าสินค้าปลอดภาษี (Duty free allowances)
นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2008 เป็นต้นไป ผู้อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรที่เดินทางกลับจากประเทศนอกสหภาพยุโรป เช่น ประเทศไทย มีสิทธินำสินค้าปลอดภาษีเข้ามาในสหาราชอาณาจักรได้เพิ่มขึ้นดังนี้
• สินค้าทั่วไป หมายรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และของที่ระลึก มูลค่าปลอดภาษีเพิ่มจาก 145 ปอนด์ เป็น 300 ปอนด์
• เหล้าองุ่น (wine) เพิ่มจาก 2 ลิตร เป็น 4 ลิตร
• น้ำหอมไม่จำกัดปริมาณ
• ผู้นำเข้าอาจคละสินค้าประเภทยาสูบได้ เช่นบุหรี่ และซีก้า เป็นต้น
• ผู้นำเข้าอาจคละสินค้าประเภทสุราได้ เช่นเหล้าองุ่น และ เบียร์ เป็นต้น
หากท่านนำสินค้าเข้ามาในปริมาณหรือมูลค่าสูงกว่าอัตราปลอดภาษีที่กำหนด ท่านต้องจ่ายภาษีศุลกากร (Custom duty) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากราคาเต็มของสินค้านำเข้าทั้งหมด (ไม่ใช่จ่ายเพียงแต่จำนวนหรือปริมาณสูงกว่าส่วนปลอดภาษีเท่านั้น)
ภาษีอากรประเภทต่าง ๆ
ภาษีศุลกากร (Custom duty) ไม่มีการจัดเก็บระหว่างประเทศในสหภาพยุโรป
ภาษีอากร (Excise duty) มีกฎเกณฑ์สำหรับสินค้าประเภทยาสูบและสุรา
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
มีสินค้าบางประเภทที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าเลย เช่น งาช้าง หรือ ของปลอม (Counterfeit) เป็นต้น
สินค้าที่นำเข้าจากประเทศในสหภาพยุโรป
ท่านไม่ต้องจ่ายภาษีอากร (Excise duty) หากการนำสินค้าเข้าในกรณีดังนี้
• สินค้านี้จ่ายภาษีอากรแล้วในประเทศสหภาพยุโรปที่ท่านซื้อสินค้ามา
• สินค้านี้ใช้ หรือบริโภคโดยตัวท่านเอง หรือให้คนอื่นเป็นของขวัญ แต่ไม่รวมกรณีที่ท่านจะได้รับเงินแลกเปลี่ยนกับสิ่งของ เช่น นำไปขาย หรือ เพื่อนฝากซื้อ เป็นต้น
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก หากสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศในสหภาพยุโรป ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในราคาสินค้าที่จ่ายในประเทศสหภาพยุโรปนั้นๆ แล้ว แต่หากยังไม่มีการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีการตรวจพบที่ด่านศุลกากร สินค้าอาจถูกยึดได้
