ข้อคิดสำหรับหญิงไทยที่แต่งงานกับฝรั่ง
ข้อคิดสำหรับหญิงไทยที่แต่งงานกับฝรั่ง
หญิงไทยเป็นจำนวนมากแต่งงานกับชาวอังกฤษหรือฝรั่งชาติอื่น แล้วเข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักร จากตัวเลขของสถานกงสุล เป็นไปได้ว่าจำนวนหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติพวกนี้มีจำนวนเป็นหมื่น ๆ คน นอกจากนั้น ในระยะสองปีตั้งแต่คู่มือ อยู่ยังไงในอังกฤษ ได้ถูกตีพิมพ์ และจำหนายแจกจ่ายออกไป ชมรมเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ได้มีผู้ขอคำปรึกษาเรื่องการหย่าร้าง หรือเรื่องปัญหาในชีวิตครอบครัวเป็นจำนวนมาก ในกรณีที่หญิงไทยแต่งงานกับชาวอังกฤษและได้วีซ่าแต่งงานมาอยู่สหราชอาณาจักร 27 เดือน (เมื่อก่อนได้ 24 เดือน) คือยังไม่ได้วีซ่าถาวร ปัญหาในชีวิตครอบครัวจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงกับวีซ่าแต่งงาน เพราะหากสามีไม่รับรองการต่อวีซ่าให้แล้ว หญิงไทยเหล่านี้ก็ไม่มีสิทธิอยู่ในสหราชอาณาจักรต่อไป หมายรวมถึงลูกไทยที่กำลังเรียนหนังสือและได้วีซ่าติดตามแม่มาด้วย
ผู้เขียนจะไม่พูดถึงเรื่องกฎหมายซึ่งจะเขียนไว้ที่อื่น แต่ขอเสนอข้อคิดบางอย่างให้เพื่อนหญิงไทยพิจารณา ผู้เขียนได้เห็นคำกล่าวหาของสามีฝรั่งในคดีหย่าร้างหลายครั้ง และได้ยินคำบอกเล่าจากหญิงไทยโดยตรงด้วยว่า สามีฝรั่งเขามักจะมีข้อตำหนิภรรยาไทย ดังนี้คือ
• ขี้เกียจไม่ทำความสะอาดบ้าน ปล่อยให้บ้านสกโปรกรกรุงรัง
• ชอบทำอาหารไทยซึ่งทำให้กลิ่นเหม็นทั่วบ้าน
• ชอบดูหนัง ดูละคร ดีวีดี หรืออ่านหนังสือไทย จนไม่ทำงานบ้าน เช่น ทำกับข้าวให้สามีหรือลูกรับประทาน เป็นต้น
• ชอบเล่นไพ่ เล่นแชร์ กับเพื่อน
• สุรุ่ยสุร่ายซื้อเสื้อผ้า และ/หรืออาหาร (ไทย) เกินความจำเป็น
• ตีลูก หลอกให้ลูกกลัวผี
• ส่งเงินของครอบครัวที่นี่ไปเลี้ยงดูครอบครัวที่เมืองไทย เป็นต้น
ผู้เขียนจะไม่พูดในประเด็นว่าสามีฝรั่งอาจมีส่วนผิดในการใช้ชีวิตสมรส หรือในประเด็นว่าใครผิดใครถูก หรือผู้ใดมีส่วนผิดมากน้อยเพียงใด ท่านอาจเคยได้ยินคำกล่าวหาซ้ำ ๆ เช่นนี้มาบ้างแล้ว ทำให้น่าคิดดว่าคำกล่าวหาพวกนี้มีมูลบ้างหรือไม่ โดยธรรมดาแล้ว ไม่มีใครต้องการให้ชีวิตสมรสอับปางลง เพราะกว่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ก็ต้องผ่านความยากลำบากมาพอสมควร การหย่าร้างจะทำให้เสียสุขภาพจิต เสียทรัพย์สินเงินทอง และเป็นการบีบคั้นทางจิตใจอย่างมาก แม้ฝ่ายสามีจะไปมีแฟนใหม่ อย่างน้อยในระยะแรกเขาก็คงไม่ต้องการให้ชีวิตสมรสล่มลง การหย่าร้างมักเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงไปมากแล้ว คือทั้งสองฝ่ายทะเลาะ ด่าทอ หรือถึงกับตบตี คือช่วยกันทำให้สถานการณ์ที่ไม่ดีอยู่แล้ว เลวลงจนแก้ไขไม่ได้
ผู้เขียนจึงอยากให้เพื่อนหญิงไทยทุกท่านช่วยกันพิจารณาคำถามต่อไปนี้
• ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุดแล้วหรือไม่ วันนี้มีอะไรที่ควรทำและยังไม่ได้ทำบ้าง
• สามีของท่านเป็นผู้มีพระคุณกับท่านบ้างหรือไม่ เขาให้ความดูแลเลี้ยงดูท่านและลูกบ้างไหม
• ท่านทำอะไรให้สามีภูมิใจในตัวท่านบ้าง ท่านเป็นแม่บ้านหรือแม่ที่ดี ไปเรียนภาษาอังกฤษ หรือหาวิชาความรู้อื่น ๆ ให้ตัวเองบ้างหรือไม่ ถ้าสามีตกงานหรือเจ็บป่วยท่านสามารถจะทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้หรือไม่ ท่านช่วยสามีหรือเขาพึ่งท่านในเรื่องอะไรได้บ้าง
• เพื่อน ๆ ของสามีเขาเคยพูดว่าท่านมีความสามารถทางใดทางหนึ่ง และสามีท่านเขาโชคดีที่ได้ท่านมาเป็นภรรยาบ้างหรือไม่ ท่านเคยเสนอทำอาหารไทยชนิดยอดเยี่ยมให้เพื่อน ๆ สามีรับประทานบ้างหรือไม่ หรือท่านให้เวลาสามีและครอบครัวเต็มที่ เช่น เมื่อสามีกลับมาจากทำงาน ท่านพร้อมที่จะต้อนรับเขาและทำอาหารอย่างดีให้เขารับประทานบ้างหรือไม่
• ท่านเคยนินทา หรือใช้สรรพนามหยาบคาย (ซึ่งธรรมดาใช้กับสัตว์) ในการเอ่ยถึงสามี ให้เพื่อนไทยฟังบ้างหรือไม่
• หากท่านเอาใจเขา มาใส่ใจเรา และคิดว่าท่านเป็นเขา ท่านจะแต่งงานและหย่ากับคนอย่างท่านหรือไม่
ไม่มีใครสามารถได้คะแนนเต็มร้อย แต่หากท่านพยายามทำใจเป็นกลาง ท่านคิดว่าท่านน่าจะได้คะแนนสักเท่าไรในเรื่องคุณสมบัติของตนเอง ขอให้คำถามเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจเพื่อนหญิงไทยในการใช้ชีวิตสมรสอย่างมีประสิทธิภาพในต่างแดน
