ข่าวดีสำหรับครอบครัวชาวยุโรป (Good news for EEA family members)

ข่าวดีสำหรับครอบครัวชาวยุโรป  (Good news for EEA family members)

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2008 ศาลยุติธรรมแห่งยุโรป (European Court of Justice) ตัดสินคดี (C-127/08 Metock) ว่ากฎหมายสหภาพยุโรปให้ความคุ้มครองพลเมืองยุโรป สำหรับการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในประเทศสมาชิกอื่นได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นกฎหมายภายในประเทศสมาชิกใดที่ขัดขวางการเคลื่อนย้ายของพลเมืองยุโรปและครอบครัวโดยการตั้งกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับสมาชิกครอบครัวที่ไม่ได้เป็นพลเมืองยุโรปในการขอเข้ามาอยู่ร่วมกับชาวยุโรป ถือว่าเป็นการขัดกับกฎหมายยุโรป

คดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายที่ไม่ได้เป็นพลเมืองยุโรป ได้แต่งงานกับสาวชาวยุโรป และเธอเดินทางไปทำงานที่ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) แต่รัฐบาลไอร์แลนด์ไม่ยอมรับให้สามีเธอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย เพราะเขาไม่เคยอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นมาก่อนอย่างถูกกฎหมาย จึงต้องอาศัยอยู่ในไอร์แลนด์อย่างผิดกฎหมาย และได้ถูกปฏิเสธการขอลี้ภัย ในที่สุด ศาลยุติธรรมแห่งยุโรป ได้ตัดสินว่าสมาชิกครอบครัวชาวยุโรปมีสิทธิอยู่ร่วมกับชาวยุโรปได้ ไม่ว่าการสมรสจะได้เกิดขึ้นที่ไหน และเมื่อไร และสมาชิกครอบครัวผู้นั้นจะเข้ามาในประเทศสมาชิกอย่างไร ดังนั้นประเทศไอร์แลนด์จึงไม่มีสิทธิตั้งกฎข้อบังคับอื่นมาเป็นเงื่อนไขบังคับใช้นอกเหนือจากกฎหมายสหภาพยุโรปได้กำหนดไว้แล้ว (directive 2004/38/EC) ซึ่งส่งผลให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นพลเมืองประเทศสหภาพยุโรปที่แต่งงานกับชาวยุโรป ได้รับอนุญาตเข้ามาอยู่ในไอร์แลนด์

กฎของสหภาพอียู (directive 2004/38/EC) ในเรื่องการห้าม ฯ ดังกล่าว มีประเด็นพื้นฐานสำหรับเป็นเงื่อนไขห้ามไว้เพียงสองข้อ คือ
1. เพื่อความเป็นระเบียบของสังคม (Public policy) ความมั่นคงภายใน (public security) และสาธารณะสุข (public health) Article 27
2. ป้องกันการใช้สิทธิในทางผิด (abuse of rights) เช่นการ สมรสปลอม เป็นต้น (Marriage of convenience) คือการสมรสเพื่อเหตุผลสำหรับการเข้าเมืองเท่านั้น Article 35

ในกฎสองข้อนี้ directive 2004/38/EC  ได้ระบุไว้อย่างเข็มงวด ประเทศสมาชิกไม่อาจตั้งกฎ ห้ามกลุ่มหรือประเภทบุคคลโดยรวม ๆ  เช่น คนทำผิดกฎหมายอยู่ต่อไม่ได้ เป็นต้น แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ว่าสมควรหรือเหมาะสมหรือไม่ Proportionality (article 27)  ที่จะลงโทษสมาชิกครอบครัวคนยุโรปนี้ โดยไม่ให้เข้ามาอยู่ในประเทศ เพราะเขาได้ทำผิดกฎหมายเข้าเมืองก่อนที่จะได้มาเป็นสมาชิกครอบครัวยุโรป ประเทศสมาชิกมีสิทธิลงโทษบุคคลดังกล่าวได้โดยวิธีที่ไม่ขัดขวางการเคลื่อนย้าย หรือ การอยู่ร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวของชาวยุโรป เช่น ใช้วิธีปรับ เป็นต้น ตราบใดที่การปรับนั้น สมควรหรือเหมาะสมตามหลัก Proportionality

ดังนั้นกฎหมายไอร์แลนด์ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นพลเมืองสหภาพยุโรปมาอยู่กับครอบครัวคนยุโรปในไอร์แลนด์เพราะบุคคลนั้นไม่เคยอยู่ในประเทศยุโรปอื่นมาก่อน ซึ่งคล้ายคลึงกับกฎหมายของสหราชอาณาจักร ก็ดี หรือ กฎหมายของประเทศอื่น เช่น เยอรมัน หรือเดนมาร์ก ที่บังคับให้สมาชิกครอบครัวชาวยุโรป เรียนภาษา ก่อนมีสิทธิเข้ามาอยู่ในประเทศได้ ก็ดี  เหล่านี้ไม่ตรงตามกฎหมายยุโรป จึงจะต้องมีการแก้ไข ซึ่งไอร์แลนด์ได้กระทำแล้วโดยทันที

การตัดสินของศาล ฯ ในคดีนี้มีประโยชน์กับคนไทยที่เป็นครอบครัวชาวยุโรปมาก เพราะหมายความว่าคนไทยที่แต่งงานกับชาวยุโรปและต้องการอยู่ในสหราชอาณาจักร อาจมีสิทธิอยู่ได้ แม้จะมีประวัติผิดกฎหมายมาก่อนก็ตาม ตราบใดที่การสมรสนั้นไม่ใช่เป็นการสมรสปลอมเพื่อการเข้าเมืองอย่างเดียว

แม้คดีนี้ถูกตัดสินเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่โฮมออฟฟิสยังไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับการเข้าเมือง เลย (Immigration Rules and Guidance) หมายความว่าชาวไทยใด ๆ ที่ส่งเรื่องขอวีซ่า หรือขอต่อวีซ่า โดยลักษณะเช่นนี้โดยอาศัยคำตัดสินคดีนี้ เรื่องนั้น ๆ จะถูกระงับไว้จนกว่าโฮมออฟฟิสจะออกกฎข้อบังคับใหม่ ซึ่งอาจจะนานมาก เพราะบ่อยครั้งที่โฮมออฟฟิสแพ้คดีในศาลฎีกาอังกฤษ (House of Lords) หรือ ศาลยุติธรรมแห่งยุโรป หรือมีคำตัดสินใด ๆ ที่ไม่ตรงกับนโยบายการเข้าเมือง โฮมออฟฟิสจะเตะถ่วงการแก้ไขเปลี่ยนกฎข้อบังคับเป็นเวลานาน หากท่านใดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเป็นจำนวนเงินที่คำนวนได้ เช่นไม่สามารถเข้าประเทศมาทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่มีเงินเดือนสูง เพราะโฮมออฟฟิสไม่ยอมพิจารณาคำร้องขอวีซ่า ก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโฮมออฟฟิสได้

คำตัดสินในคดีนี้มีผลบังคับแก่ครอบครัวชาวยุโรปที่ติดตามมาอยู่ในประเทศสมาชิกอื่นเท่านั้น จะไม่มีผลบังคับแก่พลเมืองประเทศสมาชิกที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะกฎหมายยุโรปไม่ครอบคลุมถึงพลเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกที่ไม่ได้ใช้สิทธิภายใต้กฎหมายยุโรป (Treaty Rights) แต่หากชาวอังกฤษผู้ใดเคลื่อนย้ายไปอยู่ประเทศสมาชิกอื่นโดยใช้สิทธิภายใต้กฎหมายยุโรป เช่นไปทำงาน เป็นต้น ชาวอังกฤษและครอบครัวนั้นจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายยุโรประหว่างที่อยู่ในประเทศสมาชิกอื่นนั้น และเมื่อกลับคืนมาทำงานในสหราชอาณาจักรอีก ก็ยังคงได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายยุโรปเฉกเช่นชาวยุโรปอื่น ๆ (Case C-370/90 Surinder Singh) ซึ่งต่างกันกับชาวอังกฤษที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากประเทศของตน ไปอยู่ในประเทศสมาชิกอื่น

ชาวไทยที่เป็นครอบครัวคนยุโรป ที่คิดว่าฐานะของตนอาจเข้าข่ายคดีนี้ ถ้าวีซ่ายังไม่หมดก็ควรรอกฎข้อบังคับที่โฮมออฟฟิสจะต้องแก้ไขและประกาศเสียก่อน แต่ถ้าวีซ่าใกล้จะหมดแล้ว ก็ต้องรีบขอต่อวีซ่าไป แม้จะไม่ได้รับการพิจรารณาเป็นเวลานานก็ตาม เพราะต้องมีการขอต่อวีซ่าก่อนที่ของเดิมจะหมดอายุ

Comments are closed.