ข้อบังคับสำหรับแรงงานไทยในสหราชอาณาจักร และการสมัครขอเป็นผู้รับรองของนายจ้าง

ข้อบังคับสำหรับแรงงานไทยในสหราชอาณาจักร และการสมัครขอเป็นผู้รับรองของนายจ้าง

ระบบข้อบังคับใหม่ที่เรียกว่า ระบบให้คะแนน Point Based System (PBS)

มีผลบังคับแก่
• คนไทยที่จะเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร (พนักงานใหม่) และ
• คนไทยที่ทำงานในสหราชอาณาจักร ที่ต้องต่อวีซ่า เพราะยังไม่ได้วีซ่าถาวร (พนักงานเก่า)
อนึ่ง ระบบใหม่นี้จะไม่มีผลบังคับใช้กับนายจ้างที่ไม่รับพนักงานไทยใหม่ และหรือพนักงานทุกคนได้วีซ่าถาวรแล้ว

กำหนดการใช้ระบบให้คะแนน (PBS)
ระบบใหม่นี้จะเริ่มใช้บังคับปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 นี้ ฉะนั้นพนักงานเก่าที่วีซ่าหมดอายุปลายเดือนพฤศจิกายน (หรือหลังการเริ่มบังคับใช้ของระบบนี้) ต้องต่อวีซ่าภายใต้ PBS

ผู้รับรอง (Sponsor)
จุดประสงค์ของระบบ PBS คือต้องการให้ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในการนำแรงงานต่างถิ่นเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร รับผิดชอบ ควบคุมไม่ให้บุคคลเหล่านั้นทำผิดกฎหมาย ดังนั้นหากนายจ้างต้องการนำแรงงานไทยมาทำงานในสหราชอาณาจักรก็จะต้องสมัครขอเป็นผู้รับรอง (Sponsorship Licence) กับโฮมออฟฟิสก่อน ซึ่งแตกต่างจากวิธีเดิมที่ใช้ระบบการขอ work permit

การออกใบรับรอง
ก่อนที่นายจ้างจะออกใบรับรองให้พนักงานใหม่จากประเทศไทยเข้ามาทำงาน นายจ้างจะต้องยืนยันว่า
• งานนี้อยู่ในระดับ NVQ หรือ SVQ 3 หรือสูงกว่า 
• นายจ้างได้ผ่านการตรวจหาแรงงานในประเทศแล้ว (Resident labour market test) หรืองานนี้อยู่ในรายการอาชีพขาดแรงงาน (Shortage occupations) หรือเป็นงานของพนักงานย้ายสาขา  (Tier 2 intra-company transfer) และ
• พนักงานใหม่จะได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ ในอัตราที่เหมาะสม

ใบอนุญาตสำหรับผู้รับรอง
แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเอ และ ระดับบี
• ระดับเอ หมายถึง นายจ้างที่มีความน่าเชื่อถือและมีระบบบุคลากรที่เคร่งครัดรัดกุม จะได้รับใบอนุญาตให้นำพนักงานเข้ามาทำงานได้
• ระดับบี หมายถึง นายจ้างที่ใบอนุญาตยังไม่เรียบร้อย ซึ่งปัญหาส่วนมากจะเกี่ยวกับระบบการควบคุมบุคลากร โฮมออฟฟิสจะให้เวลานายจ้าง 3 เดือนเพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบต่าง ๆ  จนสามารถเปลี่ยนใบอนุญาตจากระดับบี เป็น ระดับเอ หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลาที่กำหนด ก็อาจได้รับการขยายเวลาต่อ หรือถูกถอนใบอนุญาตได้

การขอใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง
นายจ้างที่จะได้รับใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง จะต้องเป็นนายจ้างที่มีกิจการและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้างที่มีหลายสาขา อาจขอใบอนุญาตทุก ๆ สาขา หรือ หลาย ๆ สาขารวมกลุ่มกันขอใบอนุญาตใบเดียวกันก็ได้

ตัวอย่างเอกสารประกอบที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาต 
คือเอกสารที่แสดงความเป็นกิจการที่แท้จริง และการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น
• เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของหรือการมีสิทธิในสถานที่ที่ทำการของนายจ้าง (proof of ownership or lease of premises)
• ใบเสียภาษี (tax returns)
• ใบจดทะเบียนการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Certificate of VAT registration)
• ใบประกันความรับผิดชอบของนายจ้างต่อลูกจ้าง (Employer’s liability insurance) ที่มีมูลค่าประกันอย่างน้อย 5 ล้านปอนด์
• บัญชีธนาคารและจดหมายรับรองจากธนาคาร (bank statement and letter)
• บัญชีรายรับรายจ่าย (business accounts)
• หมายเลขของกิจการที่ใช้ในการเสียภาษี (Business Unique Tax Reference Number (UTR)
• หลักฐานการจดทะเบียนเพื่อให้นายจ้างหักภาษีและจ่ายค่าประกันสังคม (Evidence of Registration with HMRC as an employer to pay PAYE & National Insurance)

ค่าใช้จ่าย
• ค่าสมัครขอใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง ระหว่าง 300-1000 ปอนด์ ขึ้นอยู่ว่านายจ้างนั้นมีขนาดอย่างไร และ
• ทุกครั้งที่ออกใบรับรองให้พนักงานใหม่ หรือให้พนักงานเก่าต่อวีซ่าต้องชำระเงินเป็นจำนวน 170 ปอนด์ต่อใบรับรอง

เจ้าหน้าที่โฮมออฟฟิสอาจมาตรวจสอบที่ทำการของนายจ้างก่อนอนุมัติให้เป็นผู้รับรอง

การรักษาใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง
นายจ้างต้องมีบุคลากร ระบบควบคุมติดตาม และรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับพนักงานที่ได้รับใบรับรอง (Certificate of sponsorship) เพราะผู้ร้บรองมีหน้าที่ในการเก็บรักษาเอกสาร รายงานความเปลี่ยนแปลง และให้ความร่วมมือกับโฮมออฟฟิส

บุคลากร
นายจ้างต้องมีเจ้าหน้าที่ทำงาน 4 ตำแหน่ง (ไม่ใช่ 4 คน) อาจเป็นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ คือ
• ผู้มีอำนาจ (Authorised person)
• ผู้ใช้ระบบไอทีสองระดับ (User level 1 and 2)  เพราะงานทุกอย่างเป็นระบบออนไลน์
• บุคคลที่โฮมออฟฟิสจะสามารถติดต่อได้ Contact person

หน้าที่ในการโฆษณาก่อนนายจ้างจะนำแรงงานใหม่เข้าประเทศ (Resident labour market test)
(ในการต่อวีซ่าของพนักงานเก่า ไม่ต้องใช้การโฆษณารับสมัครพนักงาน)
• ก่อนออกใบรับรองให้พนักงานใหม่ นายจ้างจะต้องประกาศโฆษณารับสมัครพนักงานตำแหน่งนี้ในประเทศและในประเทศในเขตเศรษฐกิจภาคพื้นยุโรป (European Economic Area: EEA) และ สวิสเซอร์แลนด์ก่อน การโฆษณาต้องไม่นานกว่า 6 เดือนก่อนนายจ้างจะออกใบรับรองให้พนักงานใหม่ และ
• มีกฎระเบียบปลีกย่อย เกี่ยวกับการโฆษณา เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ จำนวนครั้งที่ต้องโฆษณา สถานที่และวิธีการโฆษณา เป็นต้น
• ถ้าผู้สมัครงานมีคุณสมบัติตรงตามที่โฆษณาไว้ นายจ้างไม่สามารถปฏิเสธผู้นั้นโดยอ้างว่าไม่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งที่นายจ้าง ไม่ได้โฆษณา
• นายจ้างต้องเก็บรายละเอียดของการโฆษณา เช่น ตัวจริงใบประกาศโฆษณา การจ่ายค่าโฆษณา รายละเอียดประวัติทั้งหมดของผู้สมัคร และผู้ที่ได้รับการสัมภาษณ์ เช่น ชื่อ ที่อยู่ จำนวน เป็นต้น

ร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักรส่วนมากมีความเชี่ยวชาญเรื่องการประกาศโฆษณารับสมัครแรงงานในประเทศอยู่แล้ว เนื่องจากเมื่อร้าน ฯ ต้องการนำพนักงานมาทำงานโดยการขอ Work permit ร้าน ฯ จะต้องประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศก่อน เช่นกัน

กรณีนายจ้างยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้รับรอง
เมื่อวีซ่าทำงาน (Work permit) ของพนักงานจะหมดอายุ แต่นายจ้างยังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้รับรอง พนักงานผู้นั้นจะต้องหางานใหม่กับนายจ้างที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้รับรองแล้วเท่านั้น มิฉะนั้นจะต้องกลับประเทศไทยและขอวีซ่ากลับมาใหม่

แม้ขณะนี้ใกล้จะถึงกำหนดเวลาที่จะเริ่มบังคับใช้ระบบให้คะแนน (ปลายเดือนพฤศจิกายน) แต่นายจ้างหรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังไม่ได้สมัครขอเป็นผู้รับรองเลย จึงขอแนะนำให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการรีบขอสมัครเป็นผู้รับรอง เพราะหากท่านยังไม่ได้รับใบอนุญาต ฯ พนักงานของท่านจะไม่สามารถต่อวีซ่า และท่านเองก็ไม่สามารถนำพนักงานหรือแรงงานจากประเทศไทย เข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักรได้

 

Comments are closed.